Me & J-Rock - Part 1 [X-Japan]

posted on 24 May 2005 01:38 by insilence  in Music

ได้ฤกษ์สักทีกับโปรเจคยิ่งใหญ่อลังการ (เว่อร์แล้วๆ) ที่คิดมานานว่าอยากจะลองเขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อตัวเรามากๆอยู่ช่วงนึง (ก็เป็นช่วงที่นานพอสมควรล่ะนะ) พอดีกับไปเห็นที่บล็อกของหมีใหญ่และหมีเล็กแห่งสวนสัตว์ไซเบอร์มีเขียนทำนองนี้เหมือนกัน ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้รู้สึกอยากเขียนเร็วๆ จริงๆเราก็คิดอยู่นานมากว่าจะเขียนออกมาในรูปไหนดี เพราะเวลาเราชอบวงดนตรี เราจะแบ่งความชอบไปหลายๆวง (หลายใจนี่หว่า) มากน้อยก็แล้วแต่ ไอ้จะเขียนแค่วงเดียวก็สงสารอีกวง คิดไปคิดมาก็สรุปลงที่ว่า แบ่งเขียนเป็นหลายๆตอน แยกตามวงก็แล้วกัน แต่ก็จะคัดมาเขียนเฉพาะที่ชอบจริงๆแล้วก็รู้สึกมีอะไรให้เขียนก็แล้วกัน วันดีคืนดีอาจจะขยันลุกขึ้นมาโพสเพลง เนื้อเพลง คำแปลอะไรก็แล้วแต่ตอนนั้นจะอุตรินึกอยากจะทำขึ้นมา เอาว่าอยากทำอะไรก็จะทำแหละ ง่ายดี

เนื้อหาของบล็อกในหัวข้อนี้เป็นเหมือนการเล่าเรื่องราว ความรู้สึก ความทรงจำ ที่มีต่อวงดนตรีที่เราชอบ เราคงไม่มานั่งเล่าให้ฟังถึงประวัติของวงอย่างละเอียดหรอกนะ เพราะคิดว่าคงมีคนทำหนังสือ หรือเว็บออกมาเยอะแล้ว เพียงแต่เราแค่รู้สึกอยากเล่าความทรงจำที่ผ่านมาแล้วให้มีบันทึกไว้เป็นตัวอักษร เวลากลับมานั่งอ่านอีกทีจะได้รู้สึกว่า โอ้ เราเคยเป็นแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? เพราะความทรงจำพวกนี้ ยิ่งนานไปมันก็ยิ่งเลือนก็เลยต้องรีบๆเขียนซะตั้งแต่ตอนยังจำความได้นี่แหละ แต่บางอย่างก็ลบๆเลือนๆไปบ้าง ถ้ามีตรงไหนคลาดเคลื่อนต้องขออภัย (เราเป็นพวกขี้ลืมอย่างรุนแรงน่ะ )

นี่ล่ะ X นี่เป็นรูปสมัยแรกๆเลย เฮียโยยังสาวอยู่ อิอิ

จากซ้ายมาขวา Pata (G)> Toshi (V) > Yoshiki (D&P) > hide (G) > Taiji (B)

ได้ฟังครั้งแรก

ก่อนอื่นต้องเท้าความมาตั้งแต่จุดกำเนิดที่มาฟังเพลงญี่ปุ่นกันก่อน ตั้งแต่เด็กๆมาแล้ว เราเป็นพวกไม่ค่อยมีวงในดวงใจเท่าไหร่ คือถ้ามาถามว่า ชอบฟังเพลงแนวไหน? เราก็คงไม่รู้จะตอบว่ายังไง ประมาณว่าช่วงนี้เพลงไหนดัง เขาฟังอะไรกันเราก็ฟังไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีเป้าหมายอะไร จนสักพักเริ่มมาชอบฟังเพลงของ Michael Jackson กับ Madonna เรียกได้ว่าเป็นนักร้องสองคนแรกที่ทำให้เรารู้สึกอยากไปหาเพลงเก่าๆของเค้ามาฟังเลยล่ะ พูดไปก็ให้นึกเสียดายบัตรคอนเสิร์ต MJ ที่ได้มาในมือแล้วแท้ๆแต่เอาไปขายต่อเพราะมันเป็นบัตรยืน เกรงหม่ามี๊จะไม่ไหวเสียก่อน แล้ว Michael กับ เจ๊ Madonna นี่เกี่ยวอะไรด้วยน่ะเหรอ? เปล่าเลย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยสักกะนิด (แล้วพูดถึงทำไมฟะ...)

เราเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก เรื่องแรกที่อ่านก็คงโดราเอมอนล่ะนะ ก็ชอบอ่านมากๆ แถมวาดการ์ตูนด้วย เราบ้าการ์ตูนมากจนในเฟรนด์ชิป เพื่อนเกือบทุกคนมักจะพูดถึงเราว่าบ้าการ์ตูน (เราจะไม่พูดถึงเรื่องการ์ตูนมากไปกว่านี้ เก็บไว้พูดอีกทีตอนเขียนเรื่องการ์ตูนเลยดีกว่า อิอิ) นอกจากคอมมิคเราก็บ้าพวก anime ด้วย และแน่นอน การที่คุณดู anime สิ่งที่ตามมาก็คือ เพลงเปิด และเพลงปิดในเรื่อง จากการที่เราบ้าเพลงพวกนี้ มันก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะต่อกระเป๋าตังค์เรา ที่ว่าหายนะเพราะเราจะเห็นพวกเทปเพลงการ์ตูนพวกนี้ไม่ได้เป็นต้องซื้อ ใครว่าที่ไหนมีขายเพลงญี่ปุ่น เราเป็นต้องแจ้นไปมองๆเมียงๆหาพวกแผ่นเพลงการ์ตูน บางทีใครที่รู้จักไปญี่ปุ่นก็จะฝากเขาซื้อ ก็ไอ้เจ้าความชอบและพยายามไปหาเพลงมาฟังนี่เอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้มาเจอะกับวงนี้นี่แหละ...

ก็ความที่ชอบฟังเพลงการ์ตูน (ญี่ปุ่น) อยู่มาวันนึงสมัยเราอยู่ประมาณ ม.5 (ปี 1995) เพื่อนสนิทเราก็บอกเราว่ามีสถานีวิทยุคลื่นนึงเปิดเพลงญี่ปุ่นด้วย ตอนนั้นเรานี่แบบดีใจมากๆ หวังว่ามันน่าจะมีเพลงการ์ตูนโผล่ๆมาบ้างล่ะน่ะ ก็เลยจัดแจงเปิดซะเลย (รู้สึกจะเปิดตอนนั่งอยู่ในรถกับแม่) เพลงที่ได้ยินเป็นเพลงแรกจากสถานีนี้เป็นเพลงที่ผู้ชายร้อง เป็นเพลงช้า ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าตานี่เป็นใคร รู้แต่ว่าเพลงนั้นเพราะมากๆ ถึงได้มารู้ทีหลังว่าเพลงนั้นคือเพลง Longing ของวง X-Japan

เริ่มชอบ

ตั้งแต่นั้นมาเราก็เปิดคลื่นนี้ฟังตลอด คลื่นนี้คือ Showbiz ที่จัดโดยดีเจโจ มณฑาณี (ซึ่งภายหลังยุบแล้วไปจัดอีกคลื่นเป็น Future Hits อยู่พักใหญ่ก่อนจะยุบไป) ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคนที่มาชอบ X ก็ว่าได้ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครริเริ่มจับเอาวงแนวนี้ แถมยังเป็นวงญี่ปุ่นอีกเข้ามาโปรโมทในบ้านเรา แต่ก็มีคลื่นนี้แหละที่ทำ ช่วงนั้นทำเอาเราติดฟังรายการวิทยุเป็นบ้าเป็นหลังทั้งที่ไม่เคยติดรายการวิทยุมาก่อนและแล้วเราก็เป็นหนึ่งในหลายๆคนที่เริ่มจะหลงวงดนตรีวงนี้เข้าซะแล้ว

ตอนนั้นเราติดวิทยุเป็นครั้งแรก ไม่เคยตามฟังรายการวิทยุไหนเลย แต่มาเจอคลื่นนี้นี่ทำเอาติดไปเลย บางทีพกวิทยุเล็กๆไปฟังที่โรงเรียนด้วยนะ ด้วยแรงโปรโมทของเจ๊โจที่เอาเพลงมาเปิดให้ฟังบ่อยๆ ประกอบกับเธอมักจะมีเรื่องราว ประวัติของวงหรือสมาชิกแต่ละคนมาเล่าให้ฟังประจำ เราจำไม่ได้หรอกว่าเจ๊โจเล่าอะไรบ้าง เอาว่าหลายๆอย่างมันทำให้เรารู้สึกทึ่งว่า เฮ้ย วงนี้ต้องไม่ธรรมดา แล้วก็อดรนทนไม่ได้ ต้องรีบไปหาเทปมาฟังโดยด่วน (ตอนนั้นยังฟังเทป ซีดียังถือเป็นของสูงสำหรับบ้านเราอ่ะ) ตอนนั้นแหล่งที่ไปก็ Tower Records ที่ตอนนี้หายไปแล้วกลายเป็น CD Warehouse เรามักจะไปที่สาขาเดอะมอลบางกะปิเพราะใกล้บ้าน เวียนไปเวียนมาได้เกือบทุกอาทิตย์ ไปทีไรก็รีบแจ้นไปตรงแผนกเพลงญี่ปุ่น ไปดูว่ามีอะไรใหม่ๆมาบ้าง ครั้งแรกที่เราได้เทปของวงนี้มาฟัง เราถึงกับอึ้ง ก็เตรียมใจมาบ้างแล้วล่ะนะเพราะเจ๊โจก็บอกว่าวงนี้เป็นวง Heavy Metal ถึงเราจะไม่ได้รู้จักสายพันธุ์ของดนตรีเท่าไหร่ แต่เราก็คิดว่าเพลงมันจะต้องหนักมากแน่ๆ (ชื่อก็บอกอยู่) พอได้มาฟังเองก็เกือบฟังไม่ได้ เราไม่ได้คิดว่ามันจะแรงขนาดนี้ แรกๆนี่เปิดฟังแต่เพลงช้าอย่างเดียวเลย หลังๆพอเริ่มมาฟังเพลงเร็วบ่อยๆเข้าก็เริ่มชิน แล้วก็รู้สึกว่าเพลงเร็วนี่มันก็มันส์ดีเหมือนกันแฮะ ประมาณว่าหูชิน(ชา)แล้วละมั้ง แต่เป็นอะไรก็ไม่รู้สิ เราอินกับเพลงได้ทั้งที่ตอนนั้นฟังไม่ออกเลยนะ ร้องว่าอะไรไม่รู้แหละ แต่ตอนฟังเพลงช้าแล้วแบบน้ำตาจะไหลเลย (ฟังดูเว่อร์ แต่มันเป็นเรื่องจริง)

พอหลังจากได้ฟังเทปมากๆจนมันจะยานหมดแล้ว เราก็เริ่มคิดอยากได้แผ่น CD มาเก็บ เพราะเสียงมันดีกว่า และฟังได้นานกว่า ก็เริ่มไปสอยจาก Tower Records เลยครับ ส่วนมากมันก็เป็นแผ่นที่ Import มาจากฮ่องกงล่ะนะ ตอนนั้นได้มาสามอัลบั้มคือ Blue Blood , Jealousy และ X Singles ทีนี่พอเราเริ่มรู้จักมากขึ้นก็มีเพื่อนแนะนำร้าน CD ที่สยามซึ่งก็คือร้านอิชิมารุ จะบอกว่าครั้งแรกที่ไป งงมาก เหมือนเด็กต่างจังหวัดไม่เคยเข้ากรุงยังไงยังงั้น นี่พูดจริงนะ เราเป็นพวกไม่ค่อยไปเรียนกวดวิชา ถ้าเรียนก็แถวบ้าน เพราะงั้นสยงสยามนี่ไม่เคยเหยียบ กว่าจะหาร้านอิชิมารุได้นี่เหนื่อย ก็เริ่มได้พวก VDO มาจากที่ร้านนี้แหละ หลังจากเทียวไปเทียวมาหลายทีก็เริ่มอยากได้ CD อัลบั้มอื่นๆของ X บ้าง ตอนนั้นรู้สึกจะฝากแม่มาซื้อมั้งนะ แม่ก็ได้แผ่น Art of Life กลับมา ตอนนั้นตื่นเต้นมาก แผ่นญี่ปุ่นแผ่นแรกในชีวิต (ไม่นับแผ่นเพลงเซเลอร์มูน 555) รีบเปิดฟัง ปรากฏว่า...มันมีเพลงเดียว มันเป็นคล้ายๆ single มีเพลงเดียวแต่ยาวมาก ก็อึ้งๆ แต่ฟังแล้วก็ทึ่ง จากนั้นเราก็ติดบ่วงวังวนของแผ่น CD เพลงพวกนี้ไป (ไม่น่าเลย...)

รวมแผ่นที่เราเก็บๆสะสม บางแผ่นก็มีคนให้มา ของ X ถือว่าเรามีไม่ค่อยมากเท่าไหร่ เก็บเฉพาะอัลบั้มหลักๆ ส่วน Single นี่เก็บบ้างแต่ไม่ครบหรอกนะ นอกนั้นก็มีงานที่แต่ละคนไปทำเดี่ยว เน้นที่งานของ hide แล้วก็ Yoshiki (นิดหน่อย) ที่เห็นเป็นแท่งดำๆทางขวาคือไม้กลองรุ่น Yoshiki ที่จับฉลากได้ตอนไปงาน Meeting X Mania ส่วนตุ๊กตาฮิเดะสองตัวนั่นชอบมาก เพื่อนคนสิงค์โปร์ที่คุยกันทางเน็ท (ผู้ชายนะ)เขาไปหาซื้อแล้วส่งมาให้ล่ะ

เจอคนคอเดียวกัน

พอเริ่มฟังไปฟังมาก็เริ่มขวนขวายหาเพลงของวงนี้มาฟังมากขึ้น ช่วงนั้นเราเริ่มเล่น Net ก็เริ่มจะหาลู่ทางหาข้อมูลอะไรต่างๆ พวก Mailing List นี่ก็เป็นแหล่งหลักของเราเลยแหละ ตอนนั้นสมัคร X-Japan Mailing List ก็จะอ่านพวกเมล์ต่างๆที่แฟนวงนี้เขาส่งเข้ามา เกือบทั้งหมดเป็นคนหลายๆชาตินะ ก็จะเมล์กันเป็นภาษาอังกฤษ เลยได้ประโยชน์ในการฝึกอ่านภาษาอังกฤษไปเลย ก็ได้รู้อะไรเพิ่มเติมมากขึ้นเยอะ ตอนนั้นแหละที่เราไปสนิทกับคนญี่ปุ่นคนนึงที่เขาไปเรียนต่อที่อเมริกา ก็สนิทกันจนกระทั่งตอนเขากลับญี่ปุ่นก็ฝากเขาซื้อพวกแผ่นเพลงเก่าๆของ X มั่งของ hide มือกีตาร์ของวงมั่ง ขนาด Band Score ก็ยังเอา เขาก็อุตส่าห์ไปหาซื้อให้แถมยังส่ง VDO ที่เขาอัดรายการที่พวก X ไปออก ส่งมาให้ตั้ง 2 ม้วน ตอนนั้นเราต้องดั้นด้นหาวิธีดูเพราะพี่ท่านอัดมาเป็นแบบ LP (Long Play) มันดูกะเครื่องเราไม่ได้ กว่าจะหาวิธีดูได้ก็แทบแย่ ตอนนั้น เราก็เริ่มหัดๆทำเว็บด้วยโดยการกางหนังสือลองทำตาม ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ทีแรกเว็บเราก็มีแต่ข้อความ กับรูปนิดหน่อย ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่มันก็เป็นจุดเริ่มในการทำเว็บของเราล่ะนะ

พอเราเข้ามหาลัยก็ให้บังเอิญเจอเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันชอบ X เหมือนกัน ตั้ง 2 คน!! เลยทำให้สนิทกันเร็วมากเพราะคุยกันถูกคอ ประมาณว่าแลกเปลี่ยนข่าวสาร พอดีหนึ่งในนั้นเขาเคยอยู่กลุ่มที่ชอบ X ในโรงเรียนเก่า แล้วที่นั่นเขาก็มีการเขียนนิยายด้วย เราก็เลยได้อานิสงค์จากเพื่อนคนนี้แหละ ได้อ่านนิยายที่จับคู่ตัวละครในวง และเป็นครั้งแรกที่เรารู้จักหนทางแห่ง Y .... (เราควรจะดีใจดีมั้ยเนี่ย) ตอนนั้นใสซื่อบริสุทธิ์มาก เห็นเขาเขียนจับคู่เราก็พาลนึกว่ามันเป็นเรื่องจริง คิดเป็นตุเป็นตะ กว่าจะรู้ว่ามันคือฟิก คือนิยาย คือเรื่องที่แต่งขึ้น ก็สักพักล่ะ ทีแรกที่เขาเขียนมีฉากอะไรแบบนี้นี่รับไม่ได้เลยนะ ประมาณว่าเฮ้ย อาร๊ายยยยยยยยยยยย แต่พออ่านไปอ่านมาชักจะชิน... (ถ้าจะโทษก็โทษเพื่อนคนนี้แหละที่มาแพร่เชื้อ Y ให้เรา เหอๆ) เชื้อ X ระบาดหนักตอนนั้น ทำเอาล็อกเกอร์ของกลุ่มเรามีแต่รูป X แปะเต็มเลย แถมระบาดไปล็อกเกอร์ของอีกกลุ่มที่ภายหลังเรายึดใช้เป็นเหมือน Land Mark เพราะหน้าตู้ติดสัญลักษณ์ X-Japan ไว้หรา เลยเรียกตู้นั้นว่า "ตู้ X"

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ต่อม X ในตัวเติบโตรวดเร็วมาก และลามไปทั่ว จากในกลุ่มเรา ก็ไปถึงกลุ่มอื่น ประมาณเพื่อนของเพื่อน ก็ได้คุย ได้เจอกับแฟนวงนี้อีกหลายคน บางคนก็อยู่คณะเดียวกัน บางคนก็อยู่คนละคณะ แต่เราก็รวมตัวกันได้ ช่วงนั้นเองเราก็จับพลัดจับผลูไปเข้าชมรมโฟลค์ซองและประสานเสียงของมหาลัย จากที่ไม่เคยร้องเพลงจริงจัง ก็ได้มาหัดร้องเพลง เป็นอะไรที่สนุกมากและเพื่อนที่ชอบ X หลายคนก็มาเข้าด้วย เลยยิ่งสนุกไปใหญ่ บางทีเวลาที่เรามาก่อนอาจารย์ เพื่อนคนนึงที่เล่นคีย์บอร์ดได้ ก็ยึดเปียโนเล่นเพลงของ X บางทีพวกเราก็ไปยืนร้องเพลงคลอ เคยมีทีนึงอาจารย์ที่เป็นคนคุมวงประสานเสียงแกมายืนร้องคลออยู่ด้วยเลย เป็นอะไรที่นึกถึงแล้วก็ยังรู้สึกดี

ตอนนั้นความชอบมันก็เริ่มลามไปทั่วมหาลัยจนกระทั่งเรากับเพื่อนคิดจะจัด Meeting คนชอบ X-Japan ขึ้นโดยการติดประกาศไปทั่วมหาลัย ตอนนั้นรวมคนมาได้จำนวนนึง เรานัดกันตรงสวนในบริเวณมหาลัย มันเป็นเหมือนซุ้มที่เขาไว้นั่งพักผ่อน เราก็จัดแจงยึดแล้วจัดเป็นปาร์ตี้เล็กๆ มีเอาเค้กมากินเนื่องในวันเกิดของโยชิกิ มือกลองและหัวหน้าวง นั่งคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อนคนนึงเอากีตาร์มา (คนเดียวกับที่เล่นคีย์บอร์ดได้) ก็เล่นกีตาร์ให้พวกเราร้องเพลง ท้ายๆก็เอาแผ่นซีดีที่แต่ละคนสะสมมารวมๆกันถ่ายรูป มีคนนึงทำแผ่นสำหรับไว้เขียนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อวงนี้ ก็เขียนกันไป ตอนเก็บของจะกลับเพื่อนคนนึงมันนึกไงไม่รู้ เอาแผ่ป้าย X-Japan ที่แกะมา วางบนพื้น แล้วเอาแก้วน้ำที่หยิบมากินน้ำกันปาลงพื้นตรงใกล้ๆป้าย อารมณ์จะให้เป็นแบบเศษแก้วประกายๆ แต่เราว่ามันออกมาแปลกๆดี สุดท้ายคนที่ปาก็ต้องมานั่งเก็บเศษแก้วไปทิ้ง...

ติดประกาศกันแบบนี้แหละ ประมาณกระจ่ายกำลังกันไปติดตามบอร์ด ตามเสาต่างๆ

รูปถ่ายหมู่จากตอนที่จะเลิกแล้ว เปิดเผยโฉมหน้าของพลพรรคสมัยนั้น สมัยนั้นใส่เสื้อนักศึกษากันตัวใหญ่จริงๆ เชยเนอะ มาดูสมัยนี้ดิ...

เศษเล็กๆน้อยๆนั่นก็เศษแก้วที่ปาลงไปเพื่อจะถ่ายรูป แต่เบื้องหลังก็รีบเก็บกวาดกันใหญ่ ฮาๆดี

ยุบวง

ช่วงนั้นความชอบต่อวงนี้ก็ทวีไปเรื่อยๆ ประกอบกับเราก็เริ่มทำเว็บที่มีรายละเอียดของวงนี้บ้าง มีเอาเนื้อเพลง คำแปลไปลงบ้าง (ของคนอื่นเขานะ ตอนนั้นยังไม่ได้แปลเอง) ช่วงนั้นนี่ยังเดะๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง ความที่ได้ซีร็อกส์มาจากเพื่อน ก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาทำอะไรบ้าง ก็เลยเอาไปลงเว็บ ตอนหลังมาคิดได้ว่ามันไม่ดีนะเอาของคนอื่นเขามาโพส ไม่ได้ขอเจ้าตัวคนแปลเขาด้วย เลยเอาออกจากเว็บหมดเลย แล้วก็หันมาเริ่มทำเว็บที่มีอะไรที่เราทำเอง อย่างพวกแกะเนื้อเพลงอะไรทำนองนี้ จำได้ว่าเคยให้เพื่อนแกะคอร์ดกีตาร์แล้วก็เอาลงเว็บด้วย มีลงฟิกที่เพื่อนแต่งมั่งอะไรมั่ง แต่ตอนทำเว็บอีกเวอร์ชั่นเราก็เอาออกเพราะคนที่เข้ามาดู ผู้ชายก็เยอะ บางคนอ่านแล้วไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ก็เลยเอาออกดีกว่า ก็ทำเว็บปรับปรุงไปเรื่อยจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเกือบหมด (มีบางส่วนเพื่อนช่วยบ้าง แต่ก็น้อยมาก) เราไม่คิดว่าเว็บเราจะดังนะ คือมันกระดากที่จะพูดเอง เหมือนอวดๆไงไม่รู้อ่ะ แต่หลายคนก็รู้จัก ใครอยากรู้ว่าเว็บที่เราทำตอนนั้นคืออะไรก็ลองเข้าไปที่นี่ละกัน แล้วจะรู้ความจริงบางอย่างว่า แต่ก่อนเราไม่ได้ใช้นามแฝงนี้หรอกนะ เหอๆ ดีใจที่เว็บยังอยู่เพราะมีเนื้อเพลงอยู่ในนั้นเยอะมาก เราแกะเองเกือบทั้งหมด ยังงงว่าตัวเองทำไปได้ไง (แต่ก็ทำไปแล้ว) ปัจจุบันนี้เราก็ยังใช้ที่นั่นเป็นคลังเนื้อเพลงอยู่ สะดวกดี อิอิ

ช่วงที่กำลังแฮปปี้มีความสุข ปลายๆปี 1997 วันนึงตอนเรานั่งเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นอยู่ ก็มีข้อความมาทางเพจเจอร์ (จำกันได้ป่าว แต่ก่อนฮิตมากๆ) บอกว่า X ยุบวงแล้ว เราจำไม่ได้จริงๆว่าใครส่งมาให้ รู้แต่ ณ ตอนนั้นเราอึ้งๆ แบบเหวออ่ะ ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเมื่อไหร่จะเลิกเรียนสักที หันไปบอกเพื่อนที่นั่งข้างๆว่า X ยุบวงแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรมาก หลังเรียนเสร็จรีบไปหาเพื่อนที่ชอบเหมือนกัน คุยกัน ตอนนั้นแต่ละคนเสียใจมาก มันเหมือนโดนตีหัวไม่รู้ตัวอ่ะ มึนๆ อึ้งๆ นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เรารู้จักภาษาญี่ปุ่นคำว่า 解散(かいさん)ที่แปลว่า ยุบวง เพราะเป็นตัวพาดหัวในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นตัวใหญ่มากๆ ถือเป็นข่าวช็อควงการเพลงญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

รูปตอนจบ Concert Last Live ที่ถือเป็น Concert สุดท้ายก่อนปิดฉากวงที่เป็นตำนาน (ซ้ายสุดคือ Heath มือ Bass ที่เข้ามาแทน Taiji เสียดาย มีบุญได้ร่วมวงกับ X ได้ไม่นานเท่าไหร่ น่าสงสาร...

แต่ถึงจะยุบวงไปเราก็ยังตามงานเขาต่อไปเรื่อยๆ หลังจากแต่ละคนแยกย้ายกันไปทำมาหากินของตัวเอง เราก็ยังตามงานเดี่ยวของแต่ละคนต่อไป อย่าง Toshi นักร้องนำก็ไปออกงานร้องเพลงเดี่ยว Yoshiki มือกลองและหัวหน้าวงก็ไปทำอะไรของแกเรื่อย ซุ่มทำโปรเจค Violet UK อยู่นานมากจนเราเกือบลืมไปแล้ว Pata มือ Guitar Rhythmก็จูงมือ Heath ที่เป็นมือ Bass ไปตั้งวง Dope Headz ทำเพลงมันส์ๆ แต่ไม่รู้ป่านนี้ยังออกงานอยู่รึป่าวนะ ไม่ได้ติดตามต่อแล้วอ่ะ แต่ที่เราติดตามมากหน่อยก็คงจะเป็น hide ที่เป็น Guitar Lead เพราะเป็นคนที่เราชอบที่สุด และชอบงานเดี่ยวของเขามากๆด้วย อันนี้เราจะยังไม่เล่าเพราะจะเก็บไปเล่าเต็มที่ Part หน้า (ไม่งั้นเกรง Part นี้จะยาวยืดไปเรื่อยเปื่อย...)

ความรู้สึกที่มีต่อวงนี้

เป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูก บางคนอาจจะบอกว่า ที่ชอบๆกันเนี่ยคงเพราะกระแสแหละ ไม่ได้ชอบกันจริงหรอก คือผู้ชายหลายคนที่เขาฟังแนวนี้อยู่แล้วชอบมองว่า ผู้หญิงฟังแนวนี้ไม่เป็นหรอก มีแต่เห่อๆฟังแล้วก็กรี๊ดนักร้องหล่อๆ แต่สำหรับเรา ถ้าเพลงมันไม่เพราะ เราคงไม่มาชอบพวกเขาขนาดนี้หรอก ขอบคุณ X ที่ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้หลากหลายขึ้นมาก ช่วยให้หูเรามันชินกับเพลงแรงๆ มันทำให้เรารู้ว่าพวกเพลงร็อคแรงๆนี่ก็มีที่เพราะๆเยอะเหมือนกัน ไม่งั้นก็คงฟังได้อยู่แต่เพลง Pop แหง ขอบคุณ X ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้สึกอยากแปลอะไรสักอย่าง ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย นอกจากตัวฮิรางานะ กับคาตาคานะ แปลเข้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้ แถมเป็นเพลงด้วยนะ มั่วแหลกลาญ ถ้าเอามาอ่านตอนนี้คงขำมาก ขอบคุณ X ที่จุดประกายหลายๆอย่างในตัวเรา ที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้คนอื่นเข้าใจ เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีวงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เราคงไม่ได้เดินทางมาเป็นตัวเราในตอนนี้แน่ๆ อ้อ อย่างน้อยวงนี้ก็ทำให้เราหันมาหัดเล่นเปียโนทั้งที่ไม่เคยเรียน แต่ก็เล่นได้เป็นเพลง (ตอนนี้ให้เล่นคงต้องปัดฝุ่นหน่อย นิ้วแข็งหมดแล้ว)

ถึงตอนนี้เราจะไม่ได้ติดตามจดจ่อที่วงนี้มากเหมือนตอนนั้นแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่หยิบเพลงของเค้ามาฟัง เราก็ยังรู้สึกดีอยู่ และคิดว่าวงนี้จะคงอยู่ในใจเราตลอดไป...


X - Silent Jealousy

(ขอเลือกเพลงนี้ก็แล้วกันเพราะเป็นหนึ่งในเพลงที่เราชอบมาก)

ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอขอบคุณมากๆที่ทนอ่านคำพล่ามของเราได้ จริงๆเหมือนจะมีอะไรอยากบอกมากกว่านี้แต่ตอนนี้ก็เขียนได้เท่านี้แหละ ต้องขอขอบคุณปุ๋ม มิ้น พี่เก๋ ที่ช่วยเราระลึกชาติ แบบว่าเราเป็นพวกขี้ลืม ความจำสับสน เลยต้องเช็คกับคนอื่นนิดหน่อย

Me & J-Rock ยังไม่จบนะ นี่เป็นเพียงเฉพาะ Part 1 ที่จะเน้นที่วง X-Japan แต่ Part ต่อไปเราจะพูดถึง hide บางส่วนที่เราไม่ได้เล่าในตอนนี้ก็จะไปโผล่ในตอนหน้าด้วย ถ้าใครอยากรู้ก็รออ่านตอนต่อไป ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้อัพแต่คงเร็วๆนี้แหละ ตรงไหนที่อ่านแล้วรู้สึกงง สับสน หรืออะไรที่มันผิดไปก็แนะนำได้ ไม่ว่ากัน เพราะเราเป็นพวกเบลอๆน่ะ ตอนนี้เลยเวลานอนมาพอสมควร คงต้องไปก่อน อีกไม่นานคงได้พบกันอีก บ๊ายบาย...


edit @ 2005/05/27 20:49:45

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่ะหือ ความทรงจำมากมายจิงๆพี่หนิง ปุ๊กไม่เคยฟังเพลงแนวแบบนี้สักเท่าไหร่เลยนะ น้อยมากๆ จะเป็นประเภทที่ไม่ได้ยุ่งกับทางเพลงยุ่นเลยก็ว่าได้จนเพื่อนมันถามว่า เรียนยุ่นยังไงไม่ยักกะฟังเพลงยุ่น เราก็ได้แต่แหะๆ คือปุ๊กเป็นสายอนิเม ดราม่า หรือเซย์ยูมากกว่าน่ะพี่ ประกอบกับเป็นคนไม่ชอบฟังเพลงแรงๆเท่าไร จะชอบเพลงช้าๆซึ้งๆมากกว่า แต่อย่าง เรดดี้ สเตดี้โก เพลงเปิดฮางะเร็นนั่น เป็นเพลงแรกก็ว่าได้มั้ง ที่ฟังหนเดียวแล้วรู้สึกชอบมาก มันเท่ๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูกนะ เอ๊กซ์เจแปนนี้ คงเป็นเพลง ฟอร์เอเวอร์เลิฟ เพลงในเอ๊กซ์พลังล้างโลกมั้ง ชอบนะเพลงนี้ เศร้าๆเหงาๆดี แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดซื้อทั้งอัลบั้มมาฟัง เหอๆ ตอนนี้เพลงส่วนใหญ่ก็เพลงการ์ตูน ไม่ก็คาแรคเตอร์ซ็องซะส่วนใหญ่ค่ะ แหมพี่...ระลึกชาติได้ยาวมาก พึ่งเคยเห็นรูปพี่หนิงสมัยก่อนนะเนี่ย ว้าวๆ ดูเป็นความทรงจำดีๆที่น่าบันทึกนะ ยังอยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับความชอบสมัยก่อนของตัวเองจัง ว่าจะๆ เอาไปเป็นโปรเคต่อไปค่ะ ตอนนี้ต้องไปปั่นงานก่อนแล้ว จะทับแบนแล้วค่า

#1 By nuinthelewen on 2005-05-24 02:10

อ่านแล้วทำให้อยากเขียนมั่งเลยนะเนี่ย~
คิดถึงจังน้อ.....ช่วงเวลาเก่าๆ....
//มองเหม่อไปไกล...

เพลงเพราะ~

#2 By tanok on 2005-05-24 02:19

อื้อ ตอนผมฟังใหม่ๆไม่มีเพื่อนฟังเลย เพื่อนๆไปฟังbrit popกันหมด ไม่มีใครjrockกะเราเลย ~
แต่มีเพื่อนอยู่ 1 คนยืมไปฟัง แล้วคนนั้นเล่นดนตรีเก่งมากๆเค้าชมว่า เฮียโยชิกิ ตีกลองได้มั่วและมันส์มาก = =' เพื่อนๆก็เลยเริ่มมาฟังกะเรา 555

#3 By caz on 2005-05-24 02:41

เย้ เขียนเสร็จแล้วยินดีด้วยพี่ ^^ เขียนดูเป็นทางการมากเลย (เรานี่เขียนแบบรั่วๆ ) หุๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกดีจัง เหมือนย้อนเวลาไปดูช่วงตรงนั้นเลยอ่ะ 555 จำช่วงที่เพจเจอร์ฮิตได้เหมือนกัน เพราะในshowbizจะมีการส่งข้อความกันเนี่ยแหละ แต่ตอนนั้นม้นจะไม่ได้ใช้ เพราะเด็กเกินกว่าที่บ้านจะซื้อให้อ่ะ (หรือเปล่านะ ไม่ค่อยแน่ใจ)
จะรออ่านpartต่อไปน๊า~~

#4 By chibi on 2005-05-24 09:06

555 จริงด้วยสมัยเราชอบฮิตใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ แล้วพออยู่ซักปี 3 เค้าก็เปลี่ยนกันเป็นเสื้อตัวเล็กซะงั้น

สองหมีก็เขียนแล้ว เพนเพนก็เขียนแล้ว คงถึงตาเราเขียนได้แล้วสินะ แหะๆ

#5 By kiyono on 2005-05-24 10:09

ยินดีต้อนรับ วิบากกรรม ย้อนวัยย้อนยุค นะพี่นะ เพราะพี่เขียนมาเองว่า จะมีต่อ เพราะอย่างงั้นก็จะรออออออออออ



อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองสลับไปด้วย แล้วก็อดทึ่งตัวเองและพวกแฟนๆ ที่สามารถบ้าและสนใจอะไรได้ ลึกซึ้งเท่านี้

มันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ครั้งนึงในชชีวิตเนอะ

#6 By tapum on 2005-05-24 10:33

จ๊าก !!! เวบอมิธีสพี่หนิงทำหรอกหรอค่ะ เมื่อก่อนออมเข้าบ่อยมาก - - กร้ากก คนใกล้ตัว (เวบนี้เองที่บอกว่าไม่อยากให้มันหายไปเมื่อวันก่อน ^^)

ตอนเด็กๆชอบ x-japan เหมือนกันคับ มีช่วงหนึ่งที่เอาเอง tear มาทำประกอบการ์ตูนเรื่อง X ของ clamp อีก ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ติดตามฟังมาเรื่องๆ แต่ตอน ม. 3 ช่วงจะสอบปลายภาครู้ข่าวว่ายุบวง ตอนนั้นเสียใจมากฮับ เพราะรู้สึกว่าชอบวงนี้มากๆ รองลงมาคือ Tokio

ตอนอยู่ม.ต้นก็ได้มารู้จักกับพวกพี่โนนี่ล่ะฮะ พี่เขาก็ชอบการ์ตุน ดนตรีเหมือนๆกัน

โลกของคนที่ชอบ x-japan นี่มันเป็นวงกลมดีนะฮะ เหมือนมีแรงดึงดูดให้คนได้มาพบเจอกัน

จะรอ part anime นะฮับ ^^

#7 By คุณเต่า ★ on 2005-05-27 12:48

เคยคิดโปรเจคต์ล้านแปดไม่เหมือนกันว่า จะเขียนเรื่อง J-ROCK RETRO คือ ไล่เขียนถึงวงที่เคยชอบไปเลย ตั้งแต่ X, hide, Malice Mizer, Shazna, Dir engrey, Laputa ฯลฯ

สงสัยจะจริงนะที่เค้าว่าพอเราอายุเยอะขึ้นๆ เรื่อยก็เริ่มมีกระบวนการถอยกลับ (Regression) และระลึกถึงอดีตอันหอมหวาน (Nostalgia)

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสิ่งที่ดี มันก็ควรจะเก็บไว้จ้ะ

เริ่มต้นกับ J-ROCK ด้วย X-Japan เหมืออนกัน เร็วๆนี้ยังเอาชุด Ballad ขุดมาฟังอยู่เลย ^^;;

#8 By merveillesxx (210.246.165.36) on 2005-06-26 14:02

อยากได้ mv เลง tear มีไหมครับ ถ้ามีช่วยติดต่กลับด้วย ที่ july321_4@hotmail.com

#9 By lym (ลิ้ม) (58.136.92.229) on 2005-09-05 14:33

ได้อ่านแร้วรู้สึกดีมาก ๆ โอ๋คงรู้จัก เอ็กซ์มาทีหลังพี่หล่ะมั้ง ไม่รู้สิ แต่ที่รู้ ๆ บ้าเอ็กซ์มาตั้งแต่ ม. 2 แร้ว ตอนนี้ก็ อายุ 20 ปี โอ๋ ก็ยังคงเป็นสาวกเอ็กซ์ เหมือนเดิม เพียงแต่โตมาไม่ค่อยได้ฟัง แต่ก็ยังคงรัก รักมาก ๆ

คิดถึงฮิเดะสุด ๆ
hide_everfree11@hotmail.com

#10 By Oh (61.7.135.13) on 2005-09-20 18:01

I Love X Japan

...

แย่จัง เกิดไม่ทัน..

เราพึ่งรู้จักไม่นานเอง ม่ายถึงปีอะ



แต่ Love มากๆๆ

#11 By D a h l i a (61.91.190.191) on 2005-10-11 16:55

ขอเป็นอีกคนที่จะรัก X Japan ตลอดไป
ซิกๆ อ่านแล้ว คิดถึง X เจงๆเลย คิดถึงวันวานที่ต้องรีบวิ่งมาเปิดวิทยุทุกวันที่มีรายการออก ทั้งๆ ที่แถบไม่เคยจะแตะวิทยุเลย
ชอบทั้งท่วงทำนองและเนื้อเพลง(ที่แม้จะแปลไม่ออกเลยก็ตาม) ทั้งความสามารถของวงๆ นี้ ก่อนที่จะตามกระแสที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนหรือได้ยินมาก่อน
มันเป็นความบังเอิญที่ได้มารู้จักกับวงๆ นี้ และได้คลั่งไคล้ กับเพลงที่เข้าถึงอารมณ์ และความสามารถของนักดนตรี
ขอยกให้เป็นวงอันดับ 1 ในดวงใจเลยครับ และ ตลอดกาล ...
อ่าคับ ผมก็เปงคนนึงที่คั่งไคล้เอ็กซ์ เคยฟังตอน ม3 อ่าคับ แต่ตอนนั้นยุบวง ไปแล้ว ตอนนี้อยู้ปี2แล้ว แต่ยังฟังไม่เบื่อเลย และเอ็กซ์เป็นวงที่จุดประกายให้ผมเล่นกีต้าร์ ผมชอบเปิดอัลบั้มออริจินอลแบ็คแทร็กและก็ล่นตามไปอ่าคับ รู้สึกดีเมื่อได้โซโล่เพลง เอนเลส เรน

#13 By โต้ง (124.120.244.130) on 2006-10-11 00:09

xxxxxxxxxxxxxxxxx

#14 By (203.113.67.168) on 2006-10-13 23:59

เขียนได้น่ารักดีเนอะ ชอบตรงที่ "สมัยเฮียโยยังสาวๆ"

#15 By cheang (203.113.67.168) on 2006-10-14 00:02

ดีงับ ชื่อพี่หนิงใช่มะฮะ เจอตัวแล้วคนที่ทำตู้ X ไว้ที่ มธ.ใช่มะฮะ
ผมเปนรุ่นน้องธรรมศาสตร์เหมือนกันฮะ ตอนนี้ปีหนึ่งอยู่ เพิ่งมาเจอบลอกพี่นี่ละฮะ อยากคุยกะพี่มากๆเลยฮะแอดเมลผมไปหน่อยได้มั้ยคับ patarapol_c@hotmail.com

ตอนนี้มีวง cover X อยู่ด้วยอะฮะ เลยอยากจาถามเรื่องการแต่งด้วยล่ะ จาไปแข่งงานบูมเสาร์หน้านี่แล้ว จาไปซื้อเสื้อผ้าไหนดีก้อไม่รุ

ปล.พุ่งนี้วันเกิดพี่นี่ HBD ล่วงหน้าด้วยค๊าบบบ

#16 By Nick (124.120.196.81) on 2006-12-10 10:17

EXTASYจงเจริญ

We are X

ตอนนี้งอนเจ๊โย เจ๊ชอบดองของ+ปล่อยของแพงโหดจ่ายกระเป๋าฉีก

#17 By Century King on 2007-11-17 03:59