Japan Trip 2005 The Report [Part #1]
posted on 18 Aug 2005 17:11 by insilence in Trip-Foodในที่สุดก็มีเวลามาอัพเสียที... หลังจากพวกเราไปตะลอนทัวร์ที่แดนซากุระ (แต่ไม่เห็นซากุระเลยสักกลีบ...) เพิ่งกลับมาเมื่อคืนวันที่ 14 นี่เองในสภาพที่ต้องเรียกว่า "ลากสังขารกลับบ้าน" ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เดี๋ยวเราจะ Report ให้ฟังเอง หุๆ
คำเตือน
Report นี้รูปแอบโหลดโหดนิ๊หน่อยนะ ใครเน็ทธรรมดาทำจาย...

Before taking off!!
มันเริ่มมาจากการคุยกันของพวกเราว่า อยากไปญี่ปุ่นด้วยกัน อยากไปกรี๊ดกับอะไรที่ยั่วกิเลสด้วยกัน แบบคนชอบแนวเดียวกันบ้าง จากการคุยกันไปคุยกันมา ประกอบกับช่วงนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดงาน Expo ที่เรียกได้ว่านานน๊านจะจัดสักที มันเลยเป็นส่วนประกอบนึงที่ทำให้เรารู้สึกอยากจะไปกัน อีกอย่าง เราก็อยากไปแก้ตัวที่แดนซากุระด้วย เนื่องจากสองครั้งก่อนที่ไป เราไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนมากมาย กลับมาเจอคำถามของน้าสาวว่า "ได้ไป Disneyฯหรือยัง?" ทำเอาเราตอบไม่ถูกเลย ราวกับว่า Disneyฯ นี่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว ทุกครั้งที่โดนถาม เราก็จะหัวเราะแหะๆแล้วก็บอกว่า "ยังค่ะ..." ทำให้น้าสงสัยว่ามันไปทำอะไรหว่า?? (อย่าบอกเลย เดี๋ยวจะพาลถูกด่า เหอๆ)
หลังจากฝ่าฟันอุปสรรค์นานับประการ จนทำเอาช่วงนึงเราท้อจนเลิกคิดที่จะไป แต่ในที่สุด จากการไซโคของปุ๊ก ประกอบกับจังหวะที่มันพอเหมาะพอดี ทำให้เราตัดสินใจที่จะไปโดยการเทกระปุกลูกหมูที่สะสมเงินมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วซะหมดหน้าตัก (ตอนนี้อย่ามาแตะตัวนะ เดี๋ยวสลาย...) โดยสมาชิกที่ไปมีเรา ปุ๊ก และฝาแฝดอากิ กับโรว์ กว่าจะผ่านพิธีกรรม เอ๊ย พิธีการที่จะได้ไป ก็เล่นเอาเราเครียดไปเลย ก็รู้ๆอยู่ญี่ปุ่นวุ่นวายจะตาย ต้องเตรียมเอกสารนั่นนี่ กว่าจะได้ขอ Visa เรียกว่าเดินสายไหว้พระกันเพื่อการนี้เลย สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดีในเวลาที่เรียกว่าฉิวเฉียดเลยล่ะ
โปรแกรมที่เราวางไว้สำหรับ Trip นี้คือ เที่ยวทุกอย่างที่เราอยากจะเที่ยว (เท่าที่เวลาจะอำนวย) โดยหลักๆก็จะมี Disney Sea , Expo ที่ไอจิ นาโกย่า , งาน Comic Market ที่ Tokyo Big Sight และที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ Full Metal Alchemist ภาคหนังโรง!! (กว่าจะสำนึกได้ว่ามันฉายช่วงที่ไปพอดีก็ช่วงกำลังจะขอ Visa นั่นแหละ... ขอบคุณปอมที่ช่วยจองตั๋วหนังให้น๊า~)
เราจกเอาช่วงวันแม่เป็นนาทีทองที่จะแว่บไปกันโดยเริ่มออกเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 9 กลับวันที่ 14 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดีที่จะสามารถทำตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ได้ ไม่อยากบอกเลยว่า วันที่ 9 เราทำงานไปด้วยจิตใจที่ไม่อยู่นิ่ง มัวแต่นั่งมองนาฬิกา แทบจะนั่งนับถอยหลังเลยว่า จะเลิกงานรึยังๆๆ 5 โมงเป๊ง บรรยากาศข้างนอกเริ่มเป็นใจม๊ากมาก มืดมาเชียว... เรารีบกลับบ้านไปเตรียมของเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก่อนอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสนามบิน ไปรวมพลพรรคกันแล้วก็แวะไปเปลี่ยนมือถือสำหรับไปใช้ที่ญี่ปุ่นเสียหน่อยก่อนจะเข้าไปรอเวลาที่เครื่องจะออก
ทีแรกกะว่าจะหาอะไรกินกัน แต่เนื่องด้วยความล่าช้าหลายๆอย่าง ทำให้เราไม่มีเวลา จนแล้วจนรอดก็ต้องวิ่งขึ้นเครื่องกันทั้งที่ยังไม่ได้กินอาหารเย็นกันเลย แต่เราก็ยังมีความหวังว่าอาหารบนเครื่องต้องรอเราอยู่แน่ๆ...แต่แล้ว...ความฝันก็พังทลายเมื่อแอร์สาวสวยเอาขนมพายอะไรสักอย่างมาเสิร์ฟ...โอ...แม่เจ้า...นี่ฉันต้องประทังท้องอันหิวโหยด้วยพายอันแค่เนี้ย?? แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย กินๆๆๆ แล้วก็รีบข่มตานอนเพื่อเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะรออยู่ในวันต่อไป...
[วันแรก] 10 August>> Tokyo Disney Sea
หลังจากหลับๆตื่นๆบนเครื่องมาได้สักสองสามช.ม. เราก็ถูกปลุกด้วยกลิ่นของอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างแรงมาก งัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นพวกแอร์เดินกันควั่ก ประกอบกับกลิ่นที่โชยมาแล้วก็พอเดาๆได้ว่าเขากำลังจะให้อาหารเราแล้ว (ฟังเหมือนสัตว์ในสวนสัตว์เลยวุ้ย) เราก็รีบกุลีกุจอใส่คอนแทคเลนส์ เตรียมตัวกินเต็มที่ เมื่ออาหารมาตรงหน้าก็มีทึ่ง โอ้วว ช่างน่ากินอะไรอย่างนี้ แตกต่างจากอาหารของการบินไทยจริงๆ (อ้อ ลืมบอกไปเราไป JAL น่ะ ที่เก้าอี้หน้าที่นั่งทุกตัวมีจอส่วนตัวด้วยน๊า ดูหนังฟังเพลง เล่นเกมส์ได้ โอ้! มันเยี่ยมจริงๆเลยจอร์ช~) เมื่อโซ้ยอาหารตรงหน้าแล้วก็เตรียมตัวที่จะลุยกันต่อล่ะ

อาหารมื้อแรกบนเครื่อง เป็นข้าวต้มกุ้ง พร้อมด้วยเครื่องเคียงหลายอย่าง อา...ช่างเหมาะกับอากาศหนาวๆบนเครื่องจริงๆเล้ยยย
เครื่องถึงนาริตะประมาณเกือบๆ 7 โมงเช้า ณ เวลาท้องถิ่น (เวลาไทยก็คงสักตี 5) อากาศอบอ้าวกับฟ้าครึ้มๆที่นั่นทำเอาเรายังไม่ค่อยจะอยากเชื่อว่านี่พวกเราได้มาเหยียบญี่ปุ่นแน่รึเปล่า? แต่ก็ได้งงๆกันอยู่ไม่นานพวกเราต้องรีบเดินตามฝูงชนออกไปตามทางเดิน เพื่อไปขึ้นรถไฟที่จะเชื่อมไปอีกตึกนึง ตอนที่เดินๆอยู่ ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อตัวเองเลยว่า "นี่เรามาถึงญี่ปุ่นแล้วเรอะ??" มันเหมือนทุกอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเป็นไปได้ แต่เราก็มาแล้วล่ะนะ จุดหมายแรกที่ต้องเจอก็คือ Emigraiton หรือที่เรียกภาษาไทยว่า ต.ม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) ถึงแม้คุณจะมี Visa ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าประเทศพี่ยุ่นได้ง่ายๆนะจ๊ะ ถ้ามีอะไรตุกติกนิดหน่อยก็โดนกักตัวได้ง่ายๆ (เราเคยมาแล้วเมื่อคราวไปญี่ปุ่นครั้งแรก แต่ก็ผ่านมาได้ ชิวๆ~) จากที่เราเครียดๆกันปรากฏทุกอย่างง่ายดาย ผ่านตลอด เมื่อทุกคนผ่านออกมาแล้วก็โล่งอก จากนั้นก็รีบหนีออกไปจากตรงนั้นเพราะกลัวมันจะเรียกเข้าไปใหม่...

กำลังขนกระเป๋ากันใหญ่ เป็นบรรยากาศวุ่นๆที่สนามบินนาริตะ สถานที่แรกในญี่ปุ่นที่พวกเราได้มาเหยียบ
ออกมาสอยกระเป๋ากันก่อนที่จะเดินไปจองรอบลีมูซีนบัส ปรากฏได้รอบ 8.30 ช้ากว่าที่คิด ทำให้กว่าจะไปถึงโรงแรมล่าช้ากว่าที่กะไว้นิดหน่อย ใช้เวลาเกือบ 2 ชม.เราก็ไปถึงโรงแรม Sunshin City Prince ที่ตั้งอยู่ย่านอิเคะบุคุโระ (池袋) เนื่องจากเวลาเช็คอินมันเป็นตอนบ่ายสอง เราจึงต้องฝากกระเป๋าไว้ที่ล้อบบี้ ระหว่างที่รอแนนเพื่อนกิกับโรว์ที่จะมาสมทบเราก็วิ่งไปร้าน Animate ซึ่งอยู่หลังโรงแรมสอย Catalog Comic Market มาซะก่อนเลย (ไม่อยากจะบอกว่าหนักมากกกกกกกกกก เราเลยต้องโยนทิ้งไว้ที่โรงแรม) เมื่อมากันพร้อมหน้าแล้วก็ไป Disney กันเล้ยย!!

มือถือโนเกียที่เราต้องเอาไปใช้ที่ญี่ปุ่น หลังจากใช้อยู่ประมาณ 5 วันก็กลับมาควงน้อง K750i เหมือนเดิม

ซุ้มขายของฮางะเร็นกับเจปังโอนลี่ที่อยู่ในห้างที่สามารถเดินเชื่อมจากโรงแรมมาได้เลย เดินผ่านตอนเพิ่งไปถึงโรงแรมก็มาโฮกกับที่นี่เป็นที่แรกเลย
อีกมุมที่โชว์ Stand โปรโมทฮางะเร็นมูวี่ อา...เดี๋ยวเจอกัน!

เดินทะลุห้างหลังโรงแรม โผล่มาเจอ Animate ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า!

ถัดจาก Animate เรียงรายไปด้วยบรรดาร้านแนวเราๆอย่าง K-BOOKS , Character Queen แล้วก็ Mandarake เป็นทำเลที่สุดยอดมากๆ!! >_<
เราเดินไปสถานีอิเคะฯ ขึ้นรถไฟสายยูราคุโจ (有楽町) ไปลงที่สถานีชินคิบะ (新木場) แล้วก็ต่ออีกสายเพื่อไปลงที่สถานีไมฮามะ (舞浜) เจอหุยเพื่อนมหาลัยของเราที่มาสมทบด้วยก่อนจะมุ่งหน้าสู่ Disney Sea เป้าหมายของเรา ตั๋วราคา 5,500 เยน ถือแพงถ้าเทียบกับบ้านเรา แต่ในด้านคุณภาพแล้วถือว่าสุดยอดดดดดดดดดดดดดด ตึกรามอะไรต่างๆทำได้ดีมากๆ สวย เข้าไปแล้วมีความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกนึงเลยล่ะ ถ้าไม่ติดว่าเรามีเวลาจำกัด ก็อยากจะเดิน นั่งๆ นอนๆ เพลินๆอยู่ในนั้นทั้งวันทั้งคืนเลย~

กำลังจะขึ้นรถไฟไปสถานีชินคิบะ ขนาดวันธรรมดาคนก็ยังเยอะ คงเพราะเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนด้วยละมั้งนะ

อันนี้เป็นเหมือนโมโนเรลที่วิ่งรอบ Disney สังเกตุหน้าต่างรถไฟ ทำเป็นรูปหูมิกกี้ น่ารักมากมายยยยยยย

ภายในรถไฟ ขนาดที่จับยังทำเป็นรูปหูมิกกี้ โอย ช่างคิดไปได้ ไอเดียคนเรา

รูปหมู เอ๊ย หมู่ของสมาชิกร่วมเดินทางไป Disney (ไม่มีตัวเองเพราะเป็นคนถ่าย...)

ถ่ายรวมกันหลังจากลงรถโมโนเรล (ได้มีรูปตัวเองกับเค้ามั่งแล้ว เย้~
)

ตั๋วและคู่มือ&แผนที่ ได้มาแล้วก็ไปลุยกันเล้ยยยยย!!!

ลูกโลกน้ำที่ต้อนรับพวกเราหลังจากเดินผ่านเกทไป

รูปปั้นโดนัลดั๊ก ชอบอ่ะ ดูน่ารักปนขลังไงก็มะรุ

กำลังจะเข้าไปแล้ววววว!!
เครื่องเล่นถือว่ามีเยอะพอสมควร แต่ต้องตามหากันนิดนึงเพราะจะชอบไปซ่อนอยู่ในภูเขามั่ง ในป่ามั่ง เราอาศัยเวิร์บทูเดา ดุ่มๆเดินกันเข้าไปดูนั่นดูนี่ เล่นเครื่องเล่นบ้าง ดูโชว์บ้างเป็นที่สนุกสนาน สิ่งที่เราเรียนรู้จากที่นี่คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งการเข้าคิว!! อันนี้เป็นเรื่องจริง ทุกอย่างเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบ และนานๆ... บางเครื่องเล่นเรายืนเข้าคิวอยู่เกือบชม.ครึ่ง ถามว่ามันน่าเบื่อมั้ย ก็กึ่งๆนะ เราถือว่ายืนรอแล้วได้ดูมันก็ยังดีกว่ายืนรอแล้วไม่ได้ดูล่ะนะ แล้วที่เรายืนรอนั่นก็คุ้มค่าแก่การรอคอยทุกอย่างเลย รวมๆแล้วคุ้มมาก!!

สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกหลังจากเดินเข้าไปก็คือภูเขาไฟนี่แหละ จะมีเสียงดังเป็นระยะๆ เหมือนมันปะทุอยู่ มีไฟฟู่ออกมาด้วยนะ เจ๋งมากๆ และที่นี่แหละ มีเครื่องเล่นที่ชื่อ Jouney to the Center of the Earth สุดเจ๋ง ไม่อยากบอกมากว่าเป็นไงเดี๋ยวไม่มันส์ เอาว่าไปลองแล้วจะรู้ หึๆๆๆ (เป็นเครื่องเล่นที่เราต่อนานสุดๆเลยเพราะไปกด Fast Pass ไว้ตั้งแต่บ่ายๆ ได้เล่นตอนสองทุ่ม...)

อีกมุมสวยๆของทะเลสาบตรงกลางที่มีเรือลำเบ้งจอดเทียบอยู่ เป็นอะไรที่สวยจริงๆ...

โชว์ Porto Paradiso Water Carnival ที่ได้ดูเป็นอันแรก มีเรือบรรทุกตัวการ์ตูน Disney มาโชว์กลางน้ำ มีการลงจากเรือมาเล่นกับผู้ชมที่นั่งดูอยู่บนฝั่งด้วย ตอนนั่งดูโชว์นี้เหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กเลย รู้สึกดีมากๆ

มีสาวๆลงจากเรือมาเต้นรำบนบกด้วย ดูเหมือนธรรมดา แต่พอลองตั้งใจดูดีๆ สังเกตุใบหน้าของแต่ละคน จะมีรอยยิ้มที่ดูมีความสุขมากๆ เรียกว่าเต้นด้วยใจเพื่อเด็กๆจริงๆเลย เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เราดูจนจบแล้วเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มล่ะ

ถ่ายรวมตรงจุดถ่ายรูปสุดฮิต ข้างหลังมองเห็นเรือในทะเลสาบด้วยนะ

กำลังเดินลอดใต้ภูเขาไฟไปสู่เครื่องเล่นแรกที่เราหมายตาไว้

เดินผ่านใต้ภูเขาไฟก็จะมาถึงส่วน Mysterious Island ที่ตั้งของเครื่องเล่นที่เป็นเป้าหมายของเรา

นี่ล่ะเป้าหมายของเรา 20,000 Leagues Under the Sea ต่อคิวนานมากกกกกกเพราะเป็นสามัญชน ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่า Fast Pass คืออะไร รู้แต่ถ้ามีจะกลายเป็นอภิสิทธิ์ชน ไม่ต้องรอคิวนานเหมือนสามัญชนแบบเรา... เอาว่าเป็นเครื่องเล่นที่สนุกคุ้มค่าการรอคอยอีกอันนึง เหมือนพาเรานั่งเรือดำน้ำสมัยเก่าไปดูอะไรแปลกๆใต้น้ำ ถ้าฟังบรรยายภาษาญี่ปุ่นออกจะยิ่งสนุกล่ะ

ป้ายบอกเวลาคอยคิว อันซ้ายคือเวลาสำหรับพวกสามัญชน อันขวาสำหรับอภิสิทธิ์ชนที่มี Fast Pass Ticket ซึ่งต้องไปกดที่เครื่องซึ่งจะอยู่ด้านหน้าทางเข้าเครื่องเล่นแต่ละอย่าง ในบัตรจะบอกว่าตั๋วของเราใช้ได้กับช่วงเวลาตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง พอถึงเวลาก็ถือบัตรนี้มาเบ่งให้อยู่ในช่วงเวลาก็จะกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนไปในทันที สามารถเข้าถึงเครื่องเล่นได้เร็วกว่าสามัญชน (นิดหน่อย)

โชว์ที่เราหยุดยืนดูกันหลังจากออกมาจาก 20,000ฯ ชื่อโชว์ Aladdin's Whole New World ที่จะหมดช่วงโชว์ปลายเดือนสิงหานี้พอดี อลังการมาก มีตัวการ์ตูนเด่นๆในเรื่องอาลาดินมากันครบ ตบท้ายไคลแมกซ์คือตอนที่ทั้งอาลาดินและเจ้าหญิงจัสมินนั่งพรมวิเศษที่ยกด้วยเครนสูงขึ้นไปบนอากาศ สุดยอดมากๆ!! (ไม่กลัวตกรึไงนะ...?)

หลังจากดูโชว์จบ ก็พยายามเดินหาเครื่องเล่นอื่นเล่นต่อไป แต่หลงมาอยู่โซนนี้ ตึกรามบ้านช่องทำดูสวยดี เห็นแล้วน่าคอสจริงๆแฮะ

หลังจากงงๆ เราก็งมหาทางไปต่อจนได้ เดินเลาะมาเรื่อยก็ถึง Mermaid Lagoon และ Arabian Coast

วังของเจ้าหญิงเงือกในเรื่อง Little Mermaid ทำได้สวยมากเลย

ภายในติดแอร์ ทำให้ออกมืดๆ เล่นแสงไฟ สวยมาก เป้นที่ๆอยากอยู่นานๆเพราะเย็นดี 555 (ตอนนั้นเรากำลังปวดหัวมากมาย ปวดตั้งแต่นั่งเครื่องมาละไม่รู้เป็นอะไรสิ มาเจออากาศเย็นๆค่อยยังชั่ว) ในนี้ก็มีเครื่องเล่นแต่จะออกเด็กๆอย่างพวกถ้วยหมุนอะไรทำนองนั้น พวกเราสวมวิญญาณเด็กเนียนไปเล่นกับเขาด้วย เหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กเลย เล่นเสร็จแวะกินข้าวกันในศูนย์อาหารในนี้กันหน่อยก่อนไปลุยต่อ

เครื่องเล่นที่เป็นเป้าหมายของเรา อยู่ในโซน Lost River Delta อันนี้คือ Indiana Jones Adventure : Temple of the Crystal Skull (ชื่อยาวจริง) เป็นเหมือนเรานั่งรถบุกลุยเข้าไปในดินแดนต้องห้าม เจอกับอะไรประหลาดๆ ตื่นเต้นมากมาย งานนี้เหวียงกันสุดฤทธิ์ ชนิดที่ออกมาแล้วอาการปวดหัวของเราหายเป็นปลิดทิ้งเลย เหอๆ เป็นอีกหนึ่งที่แนะนำให้ไปเล่นกันนะ

เป็นเครื่องเล่นที่เรารอแบบสามัญชน แต่ไม่เบื่อเพราะระหว่างทางที่ต่อคิวเค้าทำคดเคี้ยว ดูวิวเพลินๆ เหมือนเรากำลังเข้าไปในถ้ำรึอะไรสักอย่าง ได้บรรยากาศเย็นๆเยือกๆดีมากเลยล่ะ

จบจากเครื่องเล่นสุดตื่นเต้น เราก็ย้อนกลับไปส่วน Arabian Coast ที่เป็นโซนของเรื่องที่ออกแนวทางอาหรับๆ อาราเบียนๆอย่างอาลาดินแล้วก็เรื่องซินแบด (ที่เราไม่ได้ดู)

Sindbad's Seven Voyages เป็นจุดที่เราแวะเพราะคิวโล่งมากกกกกกก เวลารอคิว 0 นาที เห็นปุ๊บรีบพุ่งเข้าไปเลย เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก ข้างในคล้ายๆ Small World ของ Disney Land (เค้าบอกมานะ) เป็นตุ๊กตาที่ตั้งโปรแกรมให้เคลื่อนไหว ทำท่าทำทางเหมือนมีชีวิต เราจะนั่งเรือล่องไปเรื่อยๆ แต่ละสองฟากก็จะเล่าเรื่องราวของซินแบดไปเรื่อยๆ เพลินมากๆเลย

ตุ๊กตาพวกนี้ตั้งโปรแกรมไว้ทุกตัว ขยับไม่เหมือนกัน จะขยับทุกรอบที่มีผู้ชมผ่านมา คิดดูละกันว่าวันนึงจะต้องขยับซักกี่รอบ จบวันคงเหนื่อยน่าดูเลยนะเนี่ย...

จากนั้นก็เข้าไปในส่วนของเมืองในเรื่องอาลาดิน บรรยากาศตอนกลางคืนสวยมาก ไฟอ่อนๆส่องสว่างไปทั่วสถานที่ แต่คนที่เดินยังคงคึกคักอยู่ อากาศเริ่มเย็นขึ้นด้วย ทำให้ยิ่งรู้สึกอยากเดินมันทั้งคืนเลย

Caravan Carousel หรือก็คือม้าหมุนสองชั้นน่ะแหละ รวมตัวละครในเรื่องอาลาดินเอาไว้ พวกเราต่อคิวเข้าไปเล่นกันด้วย

โฉมหน้าผู้ย้อนไปสู่วัยเด็กทั้งหลาย เหอๆๆ

ถ่ายรวมกันก่อนจากโซนอาลาดินไป อารมณ์ที่นั่งราชินีมากๆ

ระหว่างงมทางไปภูเขาไฟเพื่อไปใช้บัตร Fast Pass ก็มีการจุดดอกไม้ไฟพอดี เป็นบุญตามากเพราะต้องอยู่จนค่ำพอสมควรถึงจะได้ดู อา...ได้ดูฮานาบิของหน้าร้อนในญี่ปุ่นแล้ววว

หลังจากเหวี่ยงกันอย่างเมามันส์กับ Jouney to the Center of the Earth ที่เหมือนจะพาเราลงสู่ใจกลางโลกแล้วพุ่งขึ้นมาบนปากปล่องภูเขาไฟกันพอไส้กระเด็นแล้ว...ก็ได้เวลากลับเสียที ตอนนั้นก็ถือว่าดึกแล้ว ไฟรอบๆสถานที่ยิ่งดูเหมือนจะสว่างขึ้น แต่ก็ยิ่งสวยขึ้นด้วย เป็นภาพงามๆที่ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยจริงๆเลย...
เราอยู่กันจนดึกดื่น หลังจากเล่นเครื่องเล่นสุดท้าย แวะซื้อของที่ระลึกกันสักนิด ย่างเท้าออกจาก Disney Sea ก็ประมาณ 4 ทุ่มได้ เรียกว่าไม่ปิดไม่กลับ ทุกคนเดินทางกลับโรงแรมด้วยความเหนื่อยอ่อน (เราเจ็บเท้ามากเพราะปั๊บโปะมันขึ้นแล้วก็แตกตอนเดินกลับโรงแรม นี่ขนาดวันแรกนะเนี่ย...) กว่าจะทำบัญชีและได้นอนก็ตีหนึ่งตีสอง เราข่มตาหลับเตรียมพร้อมสำหรับ Trip วันถัดไปที่จะเหน็ดเหนื่อยกว่านี้อีก...
...To be continued...
ไม่เคยได้อยู่ดิสนีย์จนดึกเลย ทุ่มนึงก็กลับแล้ว น่าเสียดายจัง
เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจัง อิจฉามากมาย ชอบในรถไฟจังที่จับยังเป็นมิกกี้ น่ารัก อิอิ


ดีสนี่ย์น่าไปมาเลยยยยยย น่าคอสจิงๆด้วยคับ สวยมากเลยอ่ะ
ไว้มีบุญเมื่อไหร่จะไปด้วยให้ได้เล้ยยยยยยยย
แอบชอบที่โหนรูปมิกกี้บนรถไฟฟ้า....อิอิ น่ารักไอเดียแจ๋ว
ไว้มาอ่านต่อนะคับ....
#1 By ++Ajima++ on 2005-08-18 23:42