Japan Trip 2007 ★ Day 1
posted on 26 Aug 2007 20:22 by insilence in Trip-Foodมาแล้ว หลังจากที่ไปซุ่มชาร์จแบตร่างกายมาหลายวัน
จนวันนี้พอจะมีแรงเลยคลานมานั่งแงะรูปออกจากกล้อง ปรับนิดปรับหน่อย
แล้วก็มานั่งพิมพ์รีพอร์ทนี่แล ทีแรกนั่งคิดอยู่นานว่าจะอัพดีไหม
แต่คิดว่าอัพไว้เป็นที่ระทึกหน่อยก็ดีเหมือนกัน
แต่ไม่รับประกันนะว่าจะอัพจนครบถึงวันสุดท้ายไหม
เพราะขนาดรีพอร์ทคราวที่ไปเมื่อปี 2005 ก็ยังอัพไปได้แค่ 2 วันเองมั้ง
5555 มาลุ้นกันว่าคราวนี้จะทำได้หรือไม่...
เริ่มเล่าก่อนว่าทริปนี้
เราคุยกับสมาชิกมาเป็นปีๆ วางกันมานานว่าจะไปนะ จุดประสงค์ก็
ไปเที่ยวแนวๆที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้ิอป ชมสถานที่ต่างๆ แล้วก็ไปคอส!
ตัดสินใจไปเดือนสิงหาคมเพราะหลายสาเหตุ อย่างแรกคือช่วงนี้เป็น low season
ที่คนไม่ค่อยเที่ยวกัน แบบว่าอากาศร้อนมาก แถมด้วยพายุฤดูร้อนอีก
ชนิดที่ว่าเป็นเดือนที่เค้าคอมเมนท์ว่าไม่น่าเที่ยวที่สุดแล้วของญี่ปุ่น
แต่เราก็จะไป เนื่องจากอยากพาน้องๆไปดู Comic Market
งานเกี่ยวกับการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดแล้วของญี่ปุ่น เขาจะมีจัดสองครั้งก็คือ
summer (สิงหาคม) กับ winter (ธันวาคม) เวลาที่จัดก็จะกินเวลาราวๆ 3 วัน
ซึ่งปีนี้ก็ไปตรงกับวันที่ 17-19 สิงหาคม
ทริปของเราก็เลยวางคร่อมช่วงนั้นคือ บินคืนวันที่ 15 ไปถึงโน่นเช้าวันที่
16 กลับวันที่ 21 ไฟลท์ค่ำที่สุดคือ 18.50 รวมแล้วก็ใช้เวลาที่โน่น 6 วัน
5 คืนด้วยกัน ถือเป็นการอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานที่สุดสำหรับเรา
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่แค่ 5 วัน 4 คืนเท่านั้นเอง
ช่วงที่ไป
มีคนรู้จักไปกันมากมายเชียว จนคิดว่าน่าจะคึกคักกันที่โน่น แต่ผลปรากฏว่า
ไม่เจอเลยสักคน เป็นอะไรที่แปลกใจมากจริงๆ กว่าจะมาเจอคนไทย
(ที่ไม่ได้นัดหมายกัน) ก็วันท้ายๆแล้ว ก็ประหลาดใจนิดๆ
แต่ก็ไม่ซีเรียสมากเพราะแต่ละกลุ่มต่างก็มีเป้ามีแพลนของตัวเอง
ขนาดนี้เรายังทำตามแพลนตัวเองไม่ค่อยจะได้เล้ย
ก่อนไปนั่งทำตารางเที่ยวแต่ละวันอย่างละเอียดเลยนะ
ถึงเวลาจริงๆก็ต้องมีปรับเปลี่ยนกันตรงนั้น ซึ่งก็ท้าทายดีนะ
ตื่นเต้นทุกขณะจิต 55
เล่าต่อดีกว่า
วันเดินทางจะบอกว่ามึนกับงานมากเพราะงานเยอะจนหยดสุดท้าย
เลิกงานเร็วแวะไปเอาของจากพี่เกทที่จะฝากไปให้เมย์
แล้วก็กลับมาจัดของที่บ้านต่อ ยังไม่วายมีน้องที่ทำงานโทรมาเรื่องงาน
แอบห่วงแต่ก็ทำไงได้ ก็ตัดใจเตรียมเที่ยวให้เต็มที่
ออกจากบ้านตามเวลาที่ตั้งไว้ ไปถึงที่สุวรรณภูมิ 2
ทุ่มตามที่นัดกับทุกคนไว้ เต้มาถึงก่อนแว้บนึง
ตามด้วยปุ๊กที่มีคุณพ่อคุณแม่มาส่งด้วย แล้วก็ึผึ้ง
ตระเตรียมแลกมือถือเป็นแบบรุ่นที่ใช้ในญี่ปุ่นได้ให้เรียบร้อย
(โชคดีที่สมาชิกเซเรเนดของ AIS
ไม่เสียค่าเช่าเครื่องแถมไม่ต้องรูดบัตรมัดจำเครื่องอีก สบายไป) เอาตั๋ว
e-ticket ไปแลก boarding pass เรียบร้อย
ที่นั่งไม่ต้องวุ่นวายเพราะจองไว้ตั้งแต่ตอนที่จองตั๋วแล้ว
ต้องขอบคุณเพื่อนจิงที่จัดการให้อย่างดี ไว้คราวหน้าจะใช้บริการอีกแน่นอน
แอบมึนตรงที่เกือบไม่ได้ขอใบสีขาวๆสำหรับออกนอกประเทศ
ดีที่คุณพ่อคุณแมุ่ปุ๊กเตือน เกือบไปๆ ผ่านตม.อย่างสบายๆ
เข้าไปเดินเล่นข้างในแถวๆ Duty free เพลินๆ
แอบวุ่นเดินหาซื้อยาดมเพราะถ้าไม่มีติดตัวแล้วหงุดหงิด แบบว่าแก่แร้ววว
แปล๊บๆก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง ตอนที่นั่งคาดเข็มขัด ยังคุยกันว่า เร็วเนอะ
แป๊บเดียวก็ได้ไปแล้วเหรอเนี่ย ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าอีกตั้งหลายเดือน
ตอนที่เครื่องบินขึ้นก็แอบนึกในใจว่า "บ๊ายบายประเทศไทย ขอไปร่อนที่ยุ่นสักพักนะจ๊ะ"

คืนนั้นหลับๆตื่นๆเพราะความหนาวบนเครื่องประกอบกับมันนอนไม่ค่อยสบาย ตอนที่วูบหลับได้ไม่นานก็ต้องตื่นเพราะแอร์เดินกันให้ควั่ก เริ่มเสิร์ฟผ้าร้อน น้ำเนิ้ม จนสักพักก็เสิร์ฟอาหารเช้า ของ JAL ยังคงเมนูเดิมคือข้าวต้มกับหมูอะไรสักอย่าง มีเครื่องเคียงจุกจิก เราว่าเช้าๆกินแบบนี้เวิร์คดีนะ ไม่หนัก สบายๆท้องดีด้วย กินกันซะเกลี้ยง หลังจากนั้นราวๆชม.นึงเครื่องก็ร่อนลง ตอนที่เดินออกจากตัวเครื่องนี่แบบว่า "ถึงญี่ปุ่นแล้ววววว!!" ตื่นเต้นจัด แต่ก็เหี่ยวในทันทีเพราะอากาศร้อน... ขึ้นตอนเข้าเมืองไม่มีอะไรวุ่นวาย ชิลๆทุกอย่าง มามึนอีกรอบก็ตรงที่รับกระเป๋านี่แหละ เริ่มหาทางว่าจะจัดการจอง Narita Express ยังไงดี ก็ถามๆกันไปจนรู้ จัดการซื้อตั๋ว Narita Express + Suica ในราคา 3500 เยน ตามที่จ๊อยส์เคยรีวิวไว้ในบลอค ขอบคุณมากๆที่แนะนำเพราะมันสะดวกมากจริงๆ ทีแรกกะว่าจะไปล้างหน้าแปรงฟันกันก่อน แต่ N'ex คันที่จะไปอิเคะฯ กำลังจะมาในอีกไม่กี่สิบนาทีแล้วเลยตัดสินใจขึ้นรถไฟกันเลยแล้วค่อยไปล้างหน้าแปรงฟันที่ที่พัก

อาหารเช้าของ JAL เป็นเอกลักษณ์ไม่เคยเปลี่ยน ไปเมื่อปี 05 ก็ได้อาหารเช้าหน้าตาแบบเนี้ย ชอบนะ สบายท้องดี


นี่ไง ป้ายบอกว่า N'ex ที่จะไปลงอิเคะบุคุโระจะออกตอน 7.44 แล้วเด้อ สังเกตเวลาบนนาฬิกาข้างๆ รถไฟกำลังจะมาพอดี

หน้าตาของบัตรโดยสาร
N'ex เป็นเช่นนี้เด้อ จะระบุรอบที่ต้องการขึ้นรวมถึงหมายเลขที่นั่ง
เพราะเป็นแบบ 指定席 (reserved seat) ระบบคล้ายชิงคันเซ็น

ส่วนอันนี้หน้าตาแพคเกจของบัตร Suica ที่เราใช้ตลอดการเดินทางของทริปนี้ อารมณ์คล้ายบัตรเติมเงิน BTS บ้านเราเพียงแต่มันใช้ได้ทั้ง JR , Subway , Bus สายภายในโตเกียวทั้งหมด รวมไปถึงร้านค้าบางแห่งที่มีสัญลักษณ์นี้ จะสามาถใช้แทนเงินได้ (เหมือน Smart Purse บ้านเราล่ะ) มีบัตรนี้ทำให้การเดินทางคล่องตัวมากๆ จะไปไหนก็เอาบัตรแตะที่ช่องสอดตั๋ว (แตะเฉยๆนะไม่ต้องสอด) แถมยังเช็ครายการใช้บัตรย้อนหลังได้อย่างละเอียดว่าใช้จากสถานีไหนไปไหน เป็นเงินเท่าไหร่ เป็นบัตรที่สะดวกมาก แถมยังเก็บไว้ใช้ได้ภายในเวลา 10 ปีอีกด้วยนะ

วิวข้างรถไฟ ฟ้าใสสุดๆ ไหนพยากรณ์อากาศบอกว่าจะเจอพายุไงฟระ
รถไฟที่นั่งกว้างขวาง นั่งสบายมาก วิ่งฉิวๆจากนาริตะไปอิเคะฯโดยไม่ต้องเปลี่ยนสายเลย ก็นั่งๆหลับๆกันไปจนถึงปลายทาง ทีนี้แหละสนุก ตรงจากสถานีอิเคฯต้องหาทางลากกระเป๋าไปที่พักกัน ก็อาศัยดูป้ายกันไปเรื่อยๆ ค่อยๆเดินๆ ลากกระเป๋ากันไป ออกมานอกสถานีตะลึงงัน ไม่ใช่อะไร อากาศร้อนเว่อร์ๆ เหงื่อกาฬแตกซ่าน แต่ก็สู้ ลากกระเป๋าไปถึงที่พักจนได้ พวกเราพักกันที่ Guest house ชื่อ House Ikebukuro ตามคำแนะนำของเอที่เคยไปพักมาแล้ว ไปถึงก็จัดแจงฝากกระเป๋ากับคนดูแลไว้ก่อน (ปุ๊กได้ยินเค้าคุยกันเป็นภาษาจีนว่า "ทำไมของเยอะจัง" ด้วยแหละ) แล้วก็รีบแจ้นไปที่ Sunshine City Prince Hotel ซึ่งอยู่อีกฟากนึงของสถานีอิเคะฯ เนื่องจากจะไปชมงาน Gundam Expo 2007 ตามที่คุณบก.แนะนำมา

สภาพภายในรถ
กว้างขวาง ด้านหน้าและท้ายรถจะมีช่องว่างๆให้วางกระเป๋าเดินทางได้
ของพวกเราก็วางไว้ท้ายๆโบกี้โน่นแน่ะ เช้าๆไม่ค่อยมีคนนั่ง ค่อนข้างว่าง
ตอนลงที่อิเคะฯก็มีลุงคนนั้นที่ลงด้วยกัน ส่วนสองคนข้างหน้า
สังเกตได้ว่าหน้าตาเพลียมาก อิอิ

โอโตเมะโร้ดข้างตึกซันไชน์ซิตี้ แว่บถ่ายระหว่างทาง เดี๋ยวไว้ค่อยเจอกันนะ
งานนี้ต้องขอบคุณคุณบก.มากๆที่ช่วยแนะนำ เพราะงานดีมากจริงๆ เหมือนยกเอา Bandai Museum มาไว้ที่นี่เลย แถมงานเข้าฟรีอีก ตัวงานไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย แต่จัดที่แสดงเป็นส่วนๆ บังคับให้เราเดินตามทางไปเรื่อยๆ แยกเป็นโซน ตั้งแต่ประวัติ timeline สลับกับการตั้งแสดงหุ่น Gundam ขนาดใหญ่กว่าคนไว้ตามทาง เสียดายเก็บภาพมาได้ไม่มากเท่าที่ควรเพราะระหว่างถ่ายก็จะมีพนักงานคอยบอกให้เราเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะถ้าหยุดยืนเฉยๆนานๆมันจะขวางคนอื่นๆเขา แต่ในตัวงานถือว่าทำได้ดีและน่าสนใจเกือบทุกมุม ใครชอบ Gundam ควรไปอย่างยิ่ง (แต่คงต้องรอปีหน้านะ เพราะงานนี้หมดวันที่เราไปดูพอดี เฉียดฉิวมาก) เดินกันชิลๆราวๆชม.นึงได้ ก็ได้เวลาที่นัดแนะกับน้องเมย์ eda ที่มาเรียนพิเศษแถวๆอิเคะฯ พอดี ก็ได้สมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง เป็น 5 คน



ทางเข้า มีดอกไม้แสดงความยินดี อันหน้าสุดติดทางเข้าจะเป็นของวง L'Arc~en~Ciel คิดว่าเพราะทำเพลง OP ใหักับ Gundam OO ละมั้งนะ







มารู้จัก ZAKU
กันเถอะ อันซ้าย บอกขนาดว่าใหญ่ขนาดไหนเมื่อเทียบกับคนและยีราฟ... ต่อมา
เทียบความเร็วตอนวิ่ง วิ่งได้ 85km/h ยังแพ้เสือชีต้าที่วิ่งได้ 120km/h
แฮะ ส่วนสุดท้าย ZAKU หนักเท่ากับช้าง 9 ตัีวแน่ะ

Space Colony ขนาด 1/30,000


มีฟิกเกอร์มาแสดงด้วย
เป็น SD จาก G SEED ทำมาจากนิทานหลายเรื่อง ที่เห็นเด่นๆคือ Yzak
ที่เป็นเรื่องพระราชาเปลือย กับ Meer กับเรื่องเจ้าหญิงเงือก

Yzak ในชุดเจ้าชายเปลือย น่ารักมากๆๆๆๆ อดถ่ายมาแบบซูมๆไม่ได้เลย ของจริงตัวนิ๊ดเดียวเอง




ตัวเด็ด Gundam
Fix Platinum สูงประมาณ 125mm หนักราว 1.4kg ทำจากทองคำขาวจ้ะ
จริงๆเจ้าหน้าที่บอกเราตั้งแต่ทางเข้าว่าขอร้องไม่ให้ถ่าย รวมไปถึงโซนของ
Gundam OO ด้วย แต่มาเจอเจ้ากันดั้มทองคำขาวเห็นพี่ยุ่นยกกล้อง
ยกมือถือถ่ายกันให้ควั่กก็เลยถ่ายมาด้วย สวยมากจริงๆ คงจะแพงมากนะเนี่ย

ชาร์ V.S. อามูโร่
เดินทางจากอิเคะฯกันเพื่อจะไปสถานี Mitaka 三鷹 ที่ตั้งของ Ghibli Museum งานนี้ต้องขอบคุณปุ๋มที่ช่วยจัดการจองตั๋วให้ เราเลือกรอบ 14.00 ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราควรจะไปถึงที่หน้ามิวเซียมก่อนเวลาราวๆครึ่งชม.เสียด้วยซ้ำ และก็มีอะไรให้ตื่นเต้นกันตั้งแต่วันแรก ซึ่งก็คือ...เรานั่งรถไฟผิดทาง!! เส้นทางของเรา จากอิเคะฯไปลงที่ชินจูกุ เพื่อจะไปต่อรถไฟ JR สาย จูโอ เพื่อไปยังมิทากะ แล้วต่อรถเมล์อีกที แต่ตอนที่จะขึ้นสายจูโอ ความที่รีบๆ เบลอๆ เราดันพาน้องๆให้ขึ้นรถไฟผิดทาง แทนที่รถจะมุ่งหน้าไปยังมิทากะ มันดันมุ่งไปทิศตรงกันข้าม... กว่าจะรู้สึกตัึว ตอนที่มีเสียงในรถไฟบอกว่า "สถานีต่อไป อากิบาฮาระ" เราแบบ เฮ้ย! มานี่ได้ไงเนี่ยยย รีบตาลีตาเหลือกบอกทุกคนให้ออกสถานีหน้าแล้วนั่งรถไฟย้อนกลับมา ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควร ระหว่างนั่งมาก็คิดนะว่าถ้าไม่ทันจะทำยังไงดีนะ จนเริ่มปลงแล้วว่าคงไม่ทันเข้าแน่ อ้อลืมบอกว่ามิวเซียมนี่เค้าจะมีเวลาเข้าคือ ถ้าจองรอบบ่ายสอง ต้องเข้าตอนบ่ายสองถึงบ่ายสองครึ่ง ซึ่งผลปรากฏว่า เราไปถึงตอนบ่ายสอง 45 ... แต่! เจ้าหน้าที่ใจดีก็ให้กระเหรี่ยงอย่างพวกเราเข้าไปได้อย่างไม่มีปัญหา ตอนที่เข้าไปชมห้องแรก บอกตรงๆว่า ถ้าไม่ได้เข้าคงจะเสียใจมากแน่ๆ เพราะมันทำได้ดีมากจริงๆ เป็นห้องที่แสดงการเกิดของอนิเมชั่น จากหุ่นปั้นธรรมดาที่ตั้งอยู่บนฐานหมุนๆ พอมันเริ่มหมุน ไฟเริ่มกระพริบ หุ่นปั้นนิ่งๆก็เคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิตเลย เจ้าเครื่องนี้เป็นอะไรที่ทำให้เราทึ่งสุดๆแล้วล่ะ ยืนดูอยู่นานมากว่าเขาทำได้ยังไง นอกจากนั้นยังมีห้องแสดงห้องทำงานที่สร้างสรรค์ผลงานของจิบลิต่างๆออกมา ภาพ background สวยๆหลายภาพ สวยซะจนไม่อยากเชื่อว่าใช้มือคนวาดขึ้นมา เป็นมิวเซียมที่เดินชมกันเพลินมากแต่เีสียดายเค้าไม่ให้่ถ่ายภาพในนั้นก็เลยไม่ได้ชักภาพมาเลย ไม่กล้าแอบด้วย แต่ขอบอกว่าข้างในเขาทำดีจริงๆ กระทั่งห้องน้ำยังสวยอ่ะ











เป็นอะไรสักอย่าง อยู่ใกล้ๆกับตู้ฝากของ ทำเหมือนกับว่าเป็นประตูที่กั้นแล้วมองไปเห็นโลกภายนอก สวยมากๆเลย

รถเมล์ที่ใช้นั่งไปมาระหว่างสถานีมิทากะกับจิบลิมิวเซียม เป็นรถบัสแมว น่ารักมากมาย
พวกเราอยู่ที่นั่นกันจนเย็นละ
ก็ตัดสินใจเดินทางกลับที่พักเพื่อทำการเช็คอิน
ตรงนั้นที่น้องเมย์แยกกลับไปก่อนเพราะกลัวจะไม่ทันหอปิด 2 ทุ่ม
ตรงนี้พี่ต้องขอโทษเมย์มากๆที่ทำให้เมย์ต้องลากกระเป๋าปุเลงๆไปจิบลิด้วยแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มาค้างด้วยกัน
ความที่พวกพี่เจอะผู้ดูแลที่ค่อนข้างดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่
แถมเห็นเค้าติดวงจรปิดตรงบันไดทางขึ้นที่พัก
ก็เลยกลัวว่าเค้าจะจับได้แล้วพาลทำให้วุ่นกันตั้งแต่วันแรก
ขอโทษที่ทำให้เมย์วุ่นวายนะ ![]()
หลังจากเมย์แยกไปเราก็กลับที่พักไปเช็คอินกัน
ตอนนั้นตะลึงงันกับความเพียบพร้อมของห้องพัก
ที่ไม่แตกต่างจากรูปที่เห็นในเว็บสักเท่าไหร่ แถมยังมีเซอร์ไพรซ์
มีคอมตั้งในห้องพร้อมเน็ทที่เข้าเว็บและเล่น msn ได้!!
แถมยังมีเครื่องปิ้งขนมปัง พร้อมขนมปังใหม่ๆหนึ่งแถว มีเนย มีแยมในตู้เย็น
มีกาแฟ น้ำตาล จานชามถ้วย ช้อนส้อมตะเกียบ มีไมโครเวฟ ที่ทำน้ำร้อน
(ที่ต้มน้ำร้อนได้เพียงชั่วอึดใจ) ห้องอาบน้ำ ห้องส้วม ที่แขวนเสื้อ
(เป็นโหลๆ แล้วตรูแบกไปทำไม...) เรียกว่า
พร้อมใช้ชีวิตที่นี่ประหนึ่งเป็นหอพักเลยทีเดียว ใครจะไปเที่ยวแบบประหยัด
แนะนำที่นี่จ้ะ สุดยอดจริงๆ ^^b

คนมาร้องเพลงสดๆข้างทาง
เจอระหว่างทางกลับจากโอโตเมะโร้ด ร้องเพราะใช้ได้เลย ตอนไปยืนดูเค้าบอกว่า
เนี่ยโดนตำรวจไล่แล้ว สงสัยจะแนวๆ พร้อมโกยทุกเมื่อ สังเกตแอมป์ ลำโพง
มันจะเหมือนกระเป๋าลาก มีที่ลากกับมีล้อ พร้อมลากไปไหนมาไหนได้ทุกเมื่อ
มีความสามารถแบบนี้ อีกหน่อยคงไม่ต้องลากหนีตำรวจแล้วล่ะ
พักกันได้แว้บนึง เรา ปุ๊ก และเต้ก็ออกไปช้อปแถว Otome Road กันต่อ
ส่วนผึ้งขอบายเพราะเหนื่อย ไอ้สามคนที่ยังแรงดีก็ไปลุยช้อปๆๆ
และช้อปกันจนขาลากมือเจ็บกันไป ก่อนกลับที่พักก็แวะซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่
lawson มาทำกินที่ห้องพัก
ผ่านคืนแรกกันไปแบบทรมานเล็กๆเพราะแอร์ในห้องเกเร ไม่เย็นเอาซะเลย
คืนแรกหลับไปแบบเหงื่อชุ่มๆ เตรียมรอวันรุ่งขึ้นที่ต้องเหนื่อยกันต่อไป...
คือ ไปอ่านรีพอร์ทเต้มาทำให้เพิ่งนึกได้ว่าลืมเขียนไปอีกอย่าง ว่าตอนไปร้านอนิเมทช่วงค่ำ เต้ไปเจอโปสเตอร์อนิเมเรื่อง Terra e... ที่หน้าร้านเลยชี้ให้ดูว่ามันคืออะไร ปรากฏว่ามันเป็นโปสเตอร์ที่แจ้งว่า บนชั้น 9 (รึเปล่า ไม่แน่ใจ) มีอีเวนท์ของเรื่องนี้จัดแสดงอยู่ เลยรีบขึ้นลิฟท์ไปดูกันทันที ข้างในก็มีจัดแสดงภาพจากอนิเมเวอร์ชั่นเก่าและใหม่ ที่ฮาคือเต้เดินเข้างานไปเจอโปสเตอร์ท่านบลูตัวเบ้อเริ่ม แล้วก็เดินเอามือไปสัมผัสท่านบลู ไม่ได้มองว่าเจ้าหน้าที่แถวนั้นเค้ามองรึเปล่านะ ขำๆดี ก็เดินดูภาพในงานเพลินๆ มีตุ๊กตาเ้จ้า rain ด้วย วนมารอบนึงก็เจอบอร์ดให้เขียนข้อความเลยไปเขียนข้อความแปะกับเค้าบ้างเป็นที่ระทึก ก่อนลาท่านบลูลงมาข้างล่าง เป็นอะไรที่ดีใจนะที่ได้เจอะอีเวนท์นี้พอดี (ดีใจแต่ไหงเราลืมเล่าฟระ -_-'') ไม่มีรูปมาฝากเพราะคิดว่าเค้าคงไม่ให้ถ่ายรูปอ่ะจ้า จบการพล่าม ไว้ต่องวดหน้าเน้อออ
edit @ 2007/08/29 00:45:22


#1 By Moon Tirra Action!!!!! on 2007-08-27 21:08