Movie-Drama

กล่องมาแบบนี้แหละ อลังการแต่ราคาเบาๆ

ไม่อยากจะบอกว่า เพิ่งได้ดูเรื่องนี้เมื่อคืนหมาดๆ... หลังจากหลังขดหลังแข็งนั่งปั่นงานตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์จนเกือบๆ 5 ทุ่มถึงได้เสร็จ จริงๆกะว่าจะรีบนอนเพราะรุ่งขึ้น (วันที่อัพบล็อกนี่แหละ) เป็นวันเปิดเทอม รถคงจะติด แต่บังเอิญเหลือบไปเห็นกล่อง DVD Box Set ของเรื่อง Be with you~いま、会いにゆきます ที่วางอยู่ใกล้ๆ ก็อดใจแกะออกดูไม่ได้

เรื่องนี้เราได้ยินคนรอบข้างหลายเสียงแนะนำมานานแล้วล่ะตั้งแต่ตอนที่มันมาฉายที่ลิโด้ แต่เนื่องจากว่าเราไม่มีเวลาไปดูเลยก็เลยพลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่เมื่อไม่นานนี้ได้ยินจากปุ๋มกับมิ้นว่ามีเป็นลิขสิทธิ์ไทยขายแล้ว แถมเป็น Box set ซะด้วยก็เลยรีบไปคว้ามาเมื่อวันพุธที่แล้วด้วยราคา 309 บาทจากร้านบูมเมอแรงมาบุญครอง เมื่อเทียบราคากับสิ่งที่ได้มาแล้วบอกได้เลยว่า คุ้มค่ามากมาย เรื่องนี้มากับ Package กล่องขนาด DVD แต่หนากว่าหน่อย บรรจุไปด้วยกล่อง DVD หนัง มีสองแผ่นแยกเป็นตัวหนัง กับแผ่นเบื้องหลัง ส่วนอีกกล่องบรรจุด้วยหนังสือนิทานภาพและชิ้นส่วนประกอบตุ๊กตาไล่ฝนของยูจิ เรียกว่าคุ้มค่ามากมายจริงๆ (ยังไม่กล้าเอาตุ๊กตาไล่ฝนมาประกอบเลย เสียดายง่า)

ใน Box มีกล่องดีวีดี กับกล่องของแถมมาแบบนี้

กล่องของแถม เปิดมาก็จะเจอหนังสือนิทานภาพของยูจิแล้วก็อุปกรณ์ทำตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัว

บนกล่องมีวิธีประกอบร่างตุ๊กตาไล่ฝนคุงด้วย!

มาดูหนังสือนิทานกันบ้าง ถึงจะเล่มไม่หนาเหมือนในเรื่องแต่ก็น่ารักล่ะ

สีทั้งเล่ม แปลเป็นภาษาไทยแล้วด้วย (ถึงจะอ่านแล้วงงๆก็เถอะนะ)

ตัวแผ่นหนัง หลังจากที่เราได้ดูจบมารอบนึงเมื่อคืน พูดได้เลยว่า "ซับไทยแย่มากกกกกกกกกก" แปลผิดหลายที่ ความหมายเบี่ยงๆก็หลายจุด บางจุดแปลไม่ทันข้ามไปซะงั้น ดูแล้วอิ๊อ๊ะพอสมควร แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้บ้างล่ะนะ เสียงมีทั้งญี่ปุ่นและไทย ส่วนซับมีให้เลือกหลายภาษาทั้ง ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เลือกเอาตามใจชอบ รอบหน้าว่าจะลองดูแบบซับญี่ปุ่น อาจจะได้อารมณ์กว่าแฮะ...

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วอยากรู้ว่าเรื่องนี้มันเป็นยังไง เราไม่อยากสปอยอ่ะนะ แต่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ ห้ามสปอยโดยเด็ดขาด! นับว่าโชคดีที่เรารอดตายมาได้เลยได้ดูอย่างเต็มอิ่ม หุๆ ส่วนรายละเอียดของเรื่อง เราขออธิบายคร่าวๆก็แล้วกัน...

Be with you~いま、会いにゆきます

เรื่องราวของสามพ่อแม่ลูกบ้านไอโอะที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอันสงบสุขห่างไกลเมืองกรุง ถ้าดูกันเผินๆก็เหมือนว่าครอบครัวนี้น่าจะมีความสุขที่สุดในโลก แต่ทุกอย่างคงไม่ง่ายแบบนั้น วันหนึ่งมิโอะคุณแม่ของครอบครัวได้จากโลกนี้ไปทิ้งทาคุมิผู้เป็นสามี และยูจิลูกชายซึ่งมีอายุเพียงแค่ 6 ขวบต้องใช้ชีวิตกันตามลำพัง แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะลืมหนึ่งชีวิตที่เป็นเหมือนสิ่งเติมเต็มที่ขาดไม่ได้ของบ้าน แต่ทั้งคู่ก็มีความหวังเล็กๆว่า เมื่อฤดูฝนมาถึง มิโอะจะกลับมา และเมื่อฤดูฝนมาถึง มิโอะก็กลับมาจริงๆแต่กลับมีบางสิ่งนอกเหนือจากที่ทั้งสองคนคาดคิดไว้ ซึ่งนั้นก็คือ....

แฮ่! จบไว้แค่นี้ดีกว่า เราว่าถ้าเล่ามากไปกว่านี้มันจะไม่สนุกอ่ะ อยากให้ใครที่ยังไม่ได้ดูได้รับอรรถรสของหนังอย่างเต็มที่จะดีกว่า บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ควรจะดูคนเดียว เพราะจะได้ร้องไห้ได้ไม่ต้องอายใครไงล่ะ 55 (ตอนเราดูเมื่อคืนก็แอบมีร้องบ้างนิโหน่ย...)

ถ้าให้เราพูดถึงเรื่องนี้ ก็คงบอกได้คำเดียวว่า ประทับใจมาก ทุกๆอย่าง ทั้งการแสดงของตัวเอกทั้งสาม ภาพของครอบครัวที่อบอุ่น บรรยากาศ หลายๆอย่าง รวมทั้งพล๊อตเรื่อง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรารู้สึกว่าถ้าพลาดไปคงเสียดายแน่ ดูแล้วอยากมีครอบครัวแบบนี้จังเลย...

「あなたにもう一度恋をしたわ。」

http://www.ima-ai.com

[REVIEW] NANA The Movie!!

posted on 16 Nov 2005 21:46 by insilence  in Movie-Drama

ในที่สุดก็ได้ดูแล้ววววววววววววว กับหนังญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันมากมายตอนนี้ หนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนผู้หญิงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นรวมทั้งในเมืองไทยด้วย ไม่ใช่เรื่องอะไรนอกจาก "NANA -ナナ-" นั่นเอง!!

ฤกษ์งามยามดีคือเมื่อวาน (อังคารที่ 16 พ.ย.) โดยการชักชวนของพี่แก้ว เลิกงานปุ๊บตรงดิ่งไปที่โรงหนังลิโด้ที่สยามโดยไวเพราะเข้าใจว่าหนังมันฉายที่นั่น หลังจากกระหืดกระหอบวิ่งไปจนถึงห้องขายตั๋วก็ต้องพบกับความเป็นจริงอันโหดร้ายว่า...

"เรื่องนานะฉายที่โรงหนังสยาม ซอย 5 ค่ะ"

อ๊าคคคคคคคคคคคค มาผิดที่ (แอบคล้าว...) อึ้งอยู่ได้พักนึงก็วิ่งกลับไปที่โรงหนังสยามเพื่อซื้อตั๋วทันที งานนี้มีอะไรให้ประทับใจเพราะโรงนี้ยังเป็นระบบโบราณตั้งแต่การจองตั๋ว ที่ไม่มีจอคอมพิวเตอร์ แต่เป็นกระดาษแผ่นนึงที่ตีตารางผังที่นั่ง แล้วก็มีเส้นปากกาขีดๆ ประมาณว่าที่ตรงนี้ไม่ว่าง เราก็ต้องหาช่องที่ไม่มีขีด ให้อารมณ์ดูหนังสมัยเด็กมากมาย โชคดีที่มีที่ว่างสองที่แถวบนๆ ช่วงกลาง เลยรีบซื้อมา ตั๋วเป็นตั๋วฉีกจากเล่ม ใช้ปากกาเขียนว่า G5 อีกใบเขียน G7 ซึ่งก็คือที่นั่งของเรา แอบคิดไปว่า ถ้าเขาเกิดเขียนผิด อย่างงี้ตอนไปหาที่นั่งคงได้ทะเลาะกันมึนแหง...

รอพี่แก้วซักพักก็มา ยืนๆ คุยสักพักก็ได้หนังฉายตอน 6.30 มีคุณลุงสูทเหลืองผูกโบว์หูกระต่ายยืนฉีกตั๋วหน้าประตู (อนุรักษ์มาก) เดินผ่านม่านเข้าไปหาที่นั่ง ได้กลิ่นเก่าๆของโรงหนังที่ผ่านการใช้งานมานาน นึกถึงตอนสมัยเด็กๆจังเลย โรงก็กว้างด้วย งานนี้ตื่นตาตื่นใจกับโรงก่อนจะดูหนังอีกนะเนี่ย อิอิ หลังจากฮือฮากับตัวอย่างหนังแฮร์รี่ที่กำลังจะได้ดูวันอาทิตย์นี้กันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาหนังเป้าหมายของเราฉายกันล่ะ!!

คำเตือน
ข้อความต่อไปนี้อาจมีสปอยเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังบ้างพอเป็นกระสัย ท่านใดที่ยังไม่ได้ดู และคิดว่าอยากจะไปดู แต่ไม่อยากโดนสปอยก็ข้ามตรงนี้ไปซะล่ะ

.
.
.
.
.


เป็นหนังที่ประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก เปิดหนังด้วยภาพ Live มันส์ๆ ภาพนานะที่ร้องเพลงบนเวทีนั่นเท่มากมาย ทุกช็อตหลังจากนั้นนานะก็ยังคงเท่จนจบเรื่อง ดูเรื่องนี้กรี๊ดมิกะสุดๆ เค้าเป็นนานะได้แบบว่า คิดว่าเค้าเป็นนานะไปแล้ว ทั้งรูปร่างผอมบางขาตะเกียบ แถมยังหน้าอกน้อยๆ (ไม่ลามกนะ) ท่าทาง อะไรต่างๆของนานะ พูดได้คำเดียวว่า "เท่มากกกกกกกกกกกกกกกกกก" ดูๆก็เหมือนเป็นคนเข้มแข็ง แข็งแกร่ง แต่พอเป็นเรื่องเรนแล้ว นานะดูบอบบาง น่าปกป้องมากมาย

ส่วนฮาจิก็ช่างเลือกคนน่ารักมาเล่น ไม่อยากบอกว่าน่ารักกว่าในหนังสือมากๆ ดูเป็นฮาจิที่น่าสงสาร น่าปกป้อง เราว่าฮาจิในหนังดูไม่น่ารำคาญเท่าในหนังสือนะ ในหนังสือเราอ่านแล้วออกจะหงุดหงิดด้วยซ้ำ แต่ในหนังกลับกลายเป็นว่าฮาจิดูน่าสงสาร เกลียดโชจิสุดๆ ผู้ชายเลวๆแบบนี้ ทิ้งมานปายยยยยยย เราแอบน้ำตาซึมฉากที่ฮาจิต้องมาเห็นภาพบาดใจของโชจิกับซาจิโกะ (เสียงเค้าสุดยอดมาก แง๊วๆ ดูน่าสงสารจริ๊งง ชิ) ภาพที่นานะเดินไปเอาเรื่องโชจิ ภาพที่โชจิปกป้องยัยซาจิโกะ แล้วก็ภาพที่นานะหันมามองฮาจิ บอกให้ฮาจิไปเอาโชจิคืนมา แต่ฮาจินิ่งบอกว่า "ผู้ชายแบบนี้ไม่เอาแล้ว..." ฮาจิกลับมาบ้าน นอนร้องไห้บนเตียง นานะที่ยืนดูอยู่ เดินเข้ามานอนข้างๆแล้วกอดฮาจิเอาไว้โดยไม่พูดอะไรเลย กับฉากนี้ เราเกือบน้ำตาไหลแน่ะ! (เผอิญกลัวอายคนอื่น เลยกล้ำกลืนเอาไว้ แหะๆ) ถือเป็นฉากที่เราประทับใจสุดๆในเรื่องเลยล่ะนะ

ที่ประทับใจนอกจากนี้ก็ตัวละครต่างๆในเรื่อง โนบุถึงจะไม่หน้าหวานเหมือนในหนังสือ แต่ก็โอเคในความรู้สึกเรา ให้อารมณ์เป็นคนโอซาก้า ฮาๆ ดีนะ (ดูจากสีผิวด้วย) ส่วนยาสุนี่เท่โคตร พี่ขรึมตลอด เราแอบขำตอนที่ยาสุพานานะไปดูห้องแล้วยาสุยืนอยู่ตรงประตู โอ้ เก๊กซะ แต่เท่มากมาย ช่างไปหาคนมาเล่นจริงๆเลยแฮะ

ที่ผิดหวังเล็กน้อยก็คือเรน เราแอบหวังให้เรนเท่กว่านี้ คุยกับปุ๋ม นึกถึงพี่ J แห่งวง LUNA SEA ถ้าได้ประมาณนั้นล่ะก็แจ๋วเลย ถึงรายนั้นก็ตี๋และอุ แต่ก็ไม่ขนาดนี้... แถมหุ่นของเรนคนนี้เห็นแล้วอยากให้ไปฟิตร่างกายมากกว่านี้จัง บางช็อตเห็นพุงด้วยยยย >_< อีกคนที่ผิดหวังก็ชิน ดูโทรมไปหน่อย สีผมก็ดูไม่ค่อยสวยนะในสายตาเรา แถมดูแก่ๆ แถมแลดูขี้ยายังไงก็มะรุสิ อยากให้เป็นชินหน้าใสๆ ดูเด็กๆกว่านี้ก็จาดีหรอกนะ

สิ่งที่ผิดหวังที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือ....Subtitle!!!!! ใครเป็นคนแปล๊~~~!!! >_< คือเข้าใจว่าพยายามเล่นมุข แต่บางอันรับไม่ได้จริงๆ อย่างฉากที่นานะอยู่กับเรนแล้วกินยาคุม เรนถามว่ากินทำไม แล้วนานะบอกว่า "ฉันยังไม่อยากเบนโล" หรืออะไรทำนองนั้น โห มุขนี้คิดได้ไง อย่างนานะเนี่ยนะ จะพูดแบบนี้!? และอีกหลายมุขนรกที่เรารู้สึกว่ามันไม่เข้ากับตัวเรื่องเลยให้ตายเหอะ งานนี้เราเลยพยายามฟังเอาเองมากกว่าที่จะอ่านซับ อีกอย่างเราอ่านซับไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะใส่แว่นที่สายตามันไม่เท่าสายตาจริงเรา เลยเห็นซับเบลอ -_-'' งานนี้ทำใจครับทำใจ....

เนื้อเรื่องตัดไปพอสมควร เพราะตอนจบของหนัง หลังจากนั้นยังมีเรื่องราวต่อไปอีกมากมายเชียว แต่ตัวหนังก็ทำให้เราประทับใจมากกว่าที่คาดหวังไว้มากๆ แม้กระทั่งเพลงประกอบที่ร้องโดยมิกะ นาคาจิมะ เพลง Glamorous Sky ทีแรกฟังก็ว่ามันแรงน้อยไป แต่ไม่รู้สิ พอมาดูหนัง รวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว มันดูลงตัวดีนะ ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสยังอยากจะไปดูอีกรอบเลย ใครยังไม่ได้ดู สมควรไปดูอย่างยิ่ง!

「ねぇ、ナナ...

あたしたちの出会いを覚えてる?」 
"นี่ นานะ... จำวันที่เราพบกันได้มั้ย?"
by ハチ

NANA starring Mika Nakashima - GLAMOROUS SKY